เทคนิคการชี้นำตนเองแบบ B2

เทคนิคการชี้นำตนเองแบบ B2

1. บทนำสู่ออโตซักเจสชันประเภท B2

คุณเคยสูญเสียคนที่รัก และต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าที่ไม่อาจควบคุมได้เป็นเวลานานหรือไม่ หรือเคยสูญเสียทรัพย์สินจากน้ำท่วมฉับพลันที่เข้าทำลายบ้านเกิด จนชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาลในชั่วพริบตาหรือไม่ หรือบางทีอาจต้องรับมือกับหัวหน้าที่ยากจะเข้าใจ, ไร้เหตุผล และในขณะนี้การเปลี่ยนงานก็ยังไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ ในชีวิตมีสถานการณ์ลักษณะเช่นนี้อยู่มากมาย สถานการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา
ผู้คนอาจแสดงพฤติกรรมในแบบที่คาดไม่ถึง และส่งผลกระทบต่อชีวิตของเราอยู่บ่อยครั้ง โดยที่เราไม่ได้ยินยอมหรือเห็นด้วย การต้องรับมือกับสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียด แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อาจทำให้พลังงานถูกใช้ไปอย่างมาก จนรู้สึกเหนื่อยล้า, สับสน และหมดแรง หากปล่อยให้ความเครียดสะสมต่อเนื่องโดยไม่จัดการ อาจนำไปสู่ ภาวะซึมเศร้า, ความวิตกกังวล และความผิดปกติทางจิตอื่น ๆ แต่ละคนล้วนมีกลไกการรับมือของตนเอง เพื่อจัดการกับสถานการณ์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

บ่อยครั้งที่เกิดภาวะความคิดแบบ “ทำไมต้องเป็นฉัน?” และตั้งคำถามว่า มีวิธีใดที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันปฏิกิริยาเชิงลบเหล่านี้หรือไม่ จะสามารถปกป้องตนเองจากความเครียด ในสถานการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้อย่างไร และจะรักษาความสงบภายในใจไว้ได้อย่างไร ขณะเผชิญกับความท้าทายและความยากลำบากในชีวิต

เราอาจพยายามยอมรับสถานการณ์นั้นด้วยวิธีของตนเองแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ร่องรอยประทับที่ฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก (ซึ่งเกิดจากข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพ) อาจทำให้การยอมรับอย่างแท้จริงและการปล่อยวางเป็นเรื่องยาก ความคิดเชิงลบมักจะวนซ้ำอยู่ในจิตใจ ดึงเรากลับไปเผชิญกับสถานการณ์เดิมครั้งแล้วครั้งเล่า และสิ่งนี้มักนำไปสู่ความรู้สึก หมดหนทางและสิ้นหวัง ดังนั้น คำถามคือ มีวิธีใดหรือไม่ในการรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อรู้สึกว่าตนเองไม่มีพลังพอที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้เลย ออโตซักเจสชันประเภท B2 ซึ่งเป็นเทคนิคหนึ่งภายในกระบวนการ PDR (Personality Defect Removal – การขจัดข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพ) ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเอาชนะปฏิกิริยาทางอารมณ์หรือการตอบสนองเชิงลบในลักษณะเช่นนี้

2. คำจำกัดความของเทคนิค B2 Autosuggestion

เทคนิค B2 Autosuggestion ถูกนำมาใช้เมื่อบุคคลประสบกับความเครียดหรือความทุกข์ใจ อันเกิดจากความผิดพลาดหรือพฤติกรรมของผู้อื่น และไม่สามารถทำสิ่งใดเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพของบุคคลเหล่านั้นได้ รวมถึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์หรือเงื่อนไขที่ไม่เอื้ออำนวยได้

เทคนิค B2 Autosuggestion ถูกนำมาใช้เมื่อบุคคลประสบกับ ความเครียดหรือความทุกข์ใจ และอยู่ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

  1. ไม่สามารถแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพของผู้อื่น ซึ่งเป็นสาเหตุของความเครียดนั้นได้
  2. ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์หรือเงื่อนไขที่ไม่เอื้ออำนวยได้

สถานการณ์เหล่านี้อาจเกิดจากความผิดพลาดของผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่เปิดรับคำแนะนำหรือการแก้ไขใด ๆ หรืออาจเป็นเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น สมาชิกในครอบครัวใกล้ชิดได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรง, การเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น ในสถานการณ์เช่นนี้ จะมีการใช้เหตุผลเชิงปรัชญาเพื่อส่งต่อให้จิตใจ ซึ่งช่วยให้สามารถรักษาความสงบภายใน และยอมรับสถานการณ์นั้นตามความเป็นจริง สิ่งสำคัญที่ควรตระหนักคือ แม้ว่าความผิดพลาดหรือสถานการณ์นั้นจะเกิดจากข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพของผู้อื่น แต่การใช้ B2 Autosuggestion จะมุ่งเน้นไปที่ปฏิกิริยาหรือการตอบสนองของตัวเราเอง ต่อเหตุการณ์หรือความผิดพลาดนั้น ดังนั้น ในกระบวนการ PDR (Personality Defect Removal – การขจัดข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพ) จุดเน้นจะอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงตนเองเสมอ ผ่านกระบวนการนี้ เรามุ่งพยายามปรับเปลี่ยนความคิดและปฏิกิริยาของตนเอง แม้ว่าบุคคลอื่นหรือสถานการณ์ภายนอกจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาเชิงลบก็ตาม

2.1 รูปแบบการเขียนออโตซักเจสชันประเภท B2

รูปแบบของออโตซักเจสชันประเภท B2 คือ :

เหตุการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา + เหตุผลเพื่อยอมรับสถานการณ์ตามความเป็นจริง

ดังนั้น ต่อไปจะพิจารณาตัวอย่างของสถานการณ์หนึ่ง และดูว่า B2 Autosuggestion สามารถเขียนหรือร่างขึ้นมาได้อย่างไร

เทคนิกออโตซักเจสชันประเภท B2

การเขียนออโตซักเจสชัน จะเริ่มต้นด้วยคำว่า “เมื่อใดก็ตามที่…” จากนั้นตามด้วยส่วนของความผิดพลาดหรือเหตุการณ์ที่เป็นตัวกระตุ้นหลักของปฏิกิริยา (ในตัวอย่างนี้คือการถูกขโมยทรัพย์สินมีค่า) แล้วจึงตามด้วยเหตุผลเชิงปรัชญาที่ช่วยให้ยอมรับสถานการณ์ได้ว่า แม้จะเกิดเหตุการณ์ขึ้น แต่สมาชิกในครอบครัวยังคงปลอดภัย และนั่นคือพรที่แท้จริง

ในกรณีนี้ การตระหนักว่าครอบครัวปลอดภัย ช่วยนำมาซึ่งความโล่งใจว่าไม่ใช่ทุกอย่างจะสูญสิ้นไปทั้งหมด ยังสามารถสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ได้ เพราะทั้งครอบครัวยังอยู่ครบและปลอดภัย การใช้ B2 ออโตซักเจสชันในลักษณะนี้ จะช่วยเสริมสร้างพลังใจในการเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย และช่วยให้สามารถรักษาความสงบนิ่งและมั่นคงภายในใจได้

3. วิธีการเลือกและวิเคราะห์ว่าเมื่อใดควรใช้เทคนิค B2 ออโตซักเจสชัน

แผนผังต่อไปนี้ จะแสดงให้เห็นในเชิงภาพว่าเราจะทราบได้อย่างไรว่าเมื่อใดควรเลือกใช้เทคนิค B2 ออโตซักเจสชัน

รูปแบบเทคนิค Autosuggestion ที่ควรเลือกใช้

ลองพิจารณาตัวอย่างเชิงปฏิบัติของสถานการณ์/ข้อบกพร่อง ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจว่า ควรเลือกใช้เทคนิค B2 ออโตซักเจสชันเมื่อใด

Autosuggestions for serious illnesses such as cancer

ความผิดพลาด / ข้อบกพร่อง: “ฉัน (เอลเลน) รู้สึกสิ้นหวังอย่างหนัก เมื่อแพทย์บอกว่ามะเร็งของป้าอลิสันกลับมาอีกครั้ง และพวกเขาบอกว่าเธอเหลือเวลาอยู่อีกไม่มากแล้ว”

เมื่ออ้างอิงจาก แผนผังข้างต้น หลังจากเกิดเหตุการณ์หรือข้อบกพร่องดังกล่าว (ในกรณีนี้คือความรู้สึกสิ้นหวัง) เราจำเป็นต้องตั้งคำถามกับตนเองดังต่อไปนี้ เพื่อกำหนดว่า ควรใช้ออโตซักเจสชันประเภทใด

คำถามที่ 1 : ข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพของใคร หรืออะไรเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดความเครียดในสถานการณ์นี้? (หมายเหตุ: สามารถเลือกถามคำถามใดคำถามหนึ่งได้)

คำตอบ : ในกรณีนี้ ความเครียดที่เกิดขึ้นกับเอลเลนมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ของป้าอลิสัน

คำถามที่ 2 : สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำ, ความคิด หรืออารมณ์ที่ไม่ถูกต้อง หรือเป็นการตอบสนองที่ไม่ถูกต้อง?

คำตอบ : ในกรณีนี้ เป็นการตอบสนองทางอารมณ์ของเอลเลน คือความรู้สึกสิ้นหวัง อันเนื่องมาจากการที่มะเร็งของป้ากลับมาอีกครั้ง

คำถามที่ 3 : สถานการณ์นี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?

คำตอบ : ในกรณีนี้ สถานการณ์ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากแพทย์ได้ให้ข้อมูลไว้เช่นนั้นแล้ว.

ดังนั้น จากการวิเคราะห์ข้างต้นสำหรับสถานการณ์นี้ สามารถใช้เทคนิค B2 ออโตซักเจสชัน ได้

ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่าง B2 ออโตซักเจสชัน 2 รูปแบบ ที่สามารถนำมาใช้เพื่อเอาชนะความรู้สึกสิ้นหวัง

  1. เมื่อใดก็ตามที่ฉัน (เอลเลน) รู้สึกเศร้าใจที่ป้าอลิสันมีเวลาเหลืออยู่น้อย ฉันจะอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อเพิ่มพูนศรัทธาของฉันว่าพระองค์จะทรงดูแลเธอ และฉันจะตั้งจิตอย่างสงบ จดจ่ออยู่กับการสวดมนต์
  2. เมื่อใดก็ตามที่ฉัน (เอลเลน) รู้สึกเศร้าใจที่ป้าอลิสันมีเวลาเหลืออยู่น้อย ฉันจะตระหนักว่านี่คือช่วงเวลาที่ฉันควรดูแลเธอ ดังนั้น ฉันจะเอาใจใส่ดูแลเธอ และหวงแหนทุกช่วงเวลาที่ฉันยังมีร่วมกับเธอ

โปรดจำไว้ว่า – ทุกเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้อื่น และก่อให้เกิดการตอบสนองหรือความเครียด จำเป็นต้องได้รับการวิเคราะห์ก่อน เพื่อพิจารณาว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่

ตัวอย่าง เจนิสรู้สึกเสียใจ เมื่อเธอโทรหาจอห์นเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขาปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เมื่อจอห์นเคยต้องการความช่วยเหลือ เจนิสก็รีบไปช่วยเขาทันที

  • อย่างไรก็ตาม หากเจนิสเป็นหัวหน้าของจอห์นในที่ทำงาน และจอห์นมีทัศนคติไม่ให้ความร่วมมือ เจนิสสามารถสั่งให้จอห์นปรับพฤติกรรมและมาช่วยงานได้โดยตรง ในกรณีนี้ เนื่องจากสามารถเปลี่ยนแปลงบุคคลหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดได้ จึงควรใช้ B1 ออโตซักเจสชันแทน
  • อย่างไรก็ตาม หากจอห์นเป็นคุณปู่ของเจนิส ซึ่งเป็นคนอารมณ์แปรปรวนและโดยปกติไม่ค่อยเต็มใจช่วยเหลือผู้อื่น ก็มีความเป็นไปได้น้อยมากที่เจนิสจะสามารถเปลี่ยนใจคุณปู่ให้มาช่วยเธอได้ ดังนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ ควรใช้ B2 ออโตซักเจสชัน

4. B2 ออโตซักเจสชัน ช่วยปลอบประโลมจิตใจ

การใช้ B2 ออโตซักเจสชัน ช่วยปลอบประโลมจิตใจ เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์โศกเศร้าหรือเหตุการณ์สะเทือนใจ ภาระทางใจจะเบาลง เมื่อเกิดการยอมรับในสิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และด้วยเหตุนี้ B2 ออโตซักเจสชันจึงเป็นยาต้านพิษที่ทรงพลังสำหรับการรับมือกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดและความคิดซึมเศร้า

เมื่อใช้กับสถานการณ์ในชีวิตประจำวันซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้อื่น B2 ออโตซักเจสชันจะช่วยให้เรารักษาความเป็นกลาง} วางตัวห่าง และไม่ตอบสนองอย่างหุนหันพลันแล่น ทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตในแต่ละวันได้อย่างราบรื่น เราจะไม่ถูกกระทบจากการตัดสินใจที่ไม่ดีหรือการกระทำเชิงลบของผู้อื่น ซึ่งก่อนหน้านี้อาจทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดหรือขุ่นเคืองใจ

สำหรับเหตุการณ์สำคัญในชีวิต B2 ออโตซักเจสชันจะมอบมุมมองเชิงปรัชญาให้กับเรา เมื่อเราตระหนักว่าเหตุการณ์เหล่านี้จำนวนมากเกิดขึ้นจากโชคชะตา หากบุคคลหนึ่งประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติและสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมด บุคคลนั้นก็ยังถือว่าโชคดีอย่างยิ่งที่สามารถรอดชีวิตมาได้ หลายคนไม่ตระหนักว่าโชคชะตาเป็นสาเหตุพื้นฐานของประมาณ 65% ของสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา รวมถึงเหตุการณ์สำคัญทั้งหมด เช่น การแต่งงานและความตาย เพียงแค่ความเข้าใจนี้ ก็สามารถช่วยให้เรามองชีวิตในเชิงปรัชญามากขึ้น โดยให้เหตุผลทางจิตวิญญาณว่าเหตุใดสิ่งต่าง ๆ จึงเกิดขึ้น

5. ตัวอย่างของ B2 ออโตซักเจสชัน

ลองมาพิจารณาสถานการณ์บางอย่างที่สามารถใช้ B2 ออโตซักเจสชันได้ ในตัวอย่างเหล่านี้ ไม่สามารถทำอะไรได้เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์หรือพฤติกรรมของผู้อื่น

6. สรุป

แผนที่วางไว้อย่างรอบคอบที่สุดก็อาจพังทลายได้จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เปลี่ยนชีวิต เช่น การเจ็บป่วยร้ายแรง, การตกงาน หรือการหย่าร้าง ชีวิตไม่ได้ดำเนินไปตามที่เราคาดหวังเสมอ และมีเพียงไม่กี่วิธีเท่านั้นที่เราจะเตรียมรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดได้ ต่อให้เรามีการเตรียมพร้อมและความเชี่ยวชาญอย่างดีที่สุดแล้ว บางครั้งสิ่งต่าง ๆ ก็ยังผิดพลาด และเราจำเป็นต้องเผชิญกับสถานการณ์นั้นด้วยตนเอง

ดังนั้น เมื่อแผนที่วางไว้อย่างดีล้มเหลว สิ่งที่เรายังสามารถควบคุมได้คือการตอบสนองหรือปฏิกิริยาของเราต่อสถานการณ์ต่าง ๆ และทัศนคติของเรา แต่การทำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย การรักษามุมมองเชิงบวกต้องอาศัยทั้งความพยายามและความกล้าหาญ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยการฝึกฝนและปรับสภาพจิตใจอย่างเหมาะสม B2 ออโตซักเจสชันคือทางออกที่ช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ทั้งหมดที่เราไม่มีอำนาจควบคุมได้ การใช้ออโตซักเจสชันเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วย ปรับโครงสร้างความคิดของจิตใจใหม่ ให้ยอมรับสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และด้วยเหตุนี้ เราจะสามารถสัมผัสถึงความสงบและความมั่นคงภายในใจได้มากขึ้น