ตอนที่ 1 – Paratpar Guru Dr. Jayant Balaji Athavale ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขต่อมนุษยชาติ

การรักโดยไม่มีเงื่อนไขนั้นยากที่จะปฏิบัติและยากจะเชี่ยวชาญ แต่เมื่อใครสักคนแสดงความรักนั้นออกมา ก็เป็นตัวบ่งชี้ถึงธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine) ของพวกเขา สำหรับพวกเราที่ปรารถนาที่จะเข้าถึงพระเจ้า Paratpar Guru Dr Athavale คือตัวแทนของความรักที่ไม่มีเงื่อนไขที่เราสามารถเรียนรู้จากเขาได้

Paratpar Guru Dr. Jayant Balaji Athavale ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขต่อมนุษยชาติ

1. บทนำ – ความรักอันไม่มีเงื่อนไขของ Paratpar Guru Dr Athavale

ในประวัติศาสตร์โลกของเรา นักบุญที่จิตวิญญาณได้พัฒนาเป็นพิเศษจะเกิดมาพร้อมกับความสามารถทางจิตวิญญาณที่จะนำพามนุษยชาติทั้งหมดไปข้างหน้าในการก้าวหน้าทางจิตวิญญาณเพื่อเข้าถึงพระเจ้า (God-realisation)

Paratpar Guru Dr Athavale เป็นนักบุญที่หายากและเป็นที่เคารพนับถือคนหนึ่ง

เขาได้สัมผัสชีวิตของผู้แสวงหาหลายพันคนและได้ชี้นำพวกเขาให้เติบโตทางจิตวิญญาณด้วยความแม่นยำ, ความอ่อนไหว, ความนุ่มนวล และความเชี่ยวชาญที่นักบุญผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นที่จะทำได้ เนื่องจากการนำทางของเขาในการปฏิบัติทางจิตวิญญาณ ผู้แสวงหามากกว่า 100 คนจึงบรรลุถึงความเป็นนักบุญ (Sainthood) และอีกหลายร้อยคนกำลังก้าวไปสู่ความเป็นนักบุญ (Sainthood) นี่คือความสำเร็จที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์จิตวิญญาณของโลก

ถามผู้แสวงหา แล้วพวกเขาจะสามารถเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ต่างๆ ในการเดินทางทางจิตวิญญาณที่ฝังแน่นอยู่ในหัวใจของพวกเขาให้คุณฟัง ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Paratpar Guru Dr Athavale ผู้แสวงหาจะเรียกท่านด้วยความรักใคร่ว่า Param Pujya Doctor. Param Pujya Doctor อยู่ในใจและริมฝีปากของพวกเขาทั้งในช่วงเวลาของ spiritual well-being และความทุกข์ทางจิตวิญญาณ พวกเขาเรียกหาท่าน เช่นเดียวกับที่เด็กๆ เรียกหาพ่อแม่ซึ่งเป็นเสาหลักแห่งความแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม หากมีคุณสมบัติอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine) ประการหนึ่งของท่าน Param Pujya Doctor ซึ่งผู้แสวงหาทุกคนจดจำได้อย่างสุดซึ้ง และมอบความแข็งแกร่งให้พวกเขาในการเอาชนะอุปสรรคทั้งหมดในชีวิต นั่นก็คือ Priti ของท่าน (ซึ่งก็คือ ความรักอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีเงื่อนไข) เช่นเดียวกับที่ผึ้งถูกดึงดูดไปที่ดอกไม้ Priti ของท่าน Param Pujya Doctor ก็เป็นคุณสมบัติศักดิ์สิทธิ์ (Divine) ที่น่ารักที่สุดของท่านที่ดึงดูดผู้แสวงหาจากทุกมุมโลกและเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาตัดสินใจที่จะพากเพียรในการปฏิบัติทางจิตวิญญาณ

ในบทความนี้ เพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดของท่าน เราขอคารวะท่าน Paratpar Guru Dr Athavale อย่างอ่อนน้อมถ่อมตนโดยแบ่งปันเรื่องราวสั้นๆเกี่ยวกับ Priti ของท่าน และเหตุใดสำหรับผู้แสวงหาหลายพันคน ท่านจึงเป็นศูนย์รวมของความรักของพระเจ้าที่มีต่อมนุษยชาติ

2. การมีความรักทางจิตวิญญาณตั้งแต่สมัยแรกเริ่มของท่าน

Paratpar Guru Dr Athavale ในปี ค.ศ. 1971 – ออกเดินทางไปยัง สหราชอาณาจักรหลังจากที่ Paratpar Guru Dr Athavale กลายเป็นแพทย์ ท่านก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าจิตใจของบุคคลเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องทุกข์ทรมาน และจิตใจยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อสุขภาพกายของบุคคล ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือผู้คนอย่างองค์รวมมากขึ้น ท่านจึงเริ่มค้นคว้าเกี่ยวกับจิตใจ โดยเฉพาะจิตใต้สำนึก ในเวลาต่อมา ในระหว่างที่ท่านรักษาคน บางครั้งผู้ป่วยของท่านอาจไม่มีเงินจ่ายค่าปรึกษา ในกรณีเช่นนี้ ท่านไม่เพียงแต่จะไม่เรียกเก็บเงินค่ารักษาเท่านั้น แต่ยังให้ยาฟรีพร้อมกับให้เงินค่ารถบัสกลับบ้านด้วย

ผู้ป่วยบางรายไม่หายขาดจากยาแผนปัจจุบัน ผู้ป่วยกลุ่มเดียวกันนี้จะลองทางเลือกทางจิตวิญญาณอื่นๆ เช่น การไปพบผู้รักษาทางจิตวิญญาณและนักบุญ และด้วยการรักษาทางจิตวิญญาณ พวกเขาก็หายเป็นปกติ เมื่อพวกเขาได้พบกับท่าน Paratpar Guru Dr Athavale อีกครั้ง พวกเขาจะเล่าให้ท่านฟังว่าพวกเขาหายขาดได้อย่างไรด้วยวิธีทางจิตวิญญาณ แม้ว่าท่าน Paratpar Guru Dr Athavale จะเป็นพวกไม่มีศาสนาในเวลานั้น แต่ด้วยความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้คน ท่านจึงละทิ้งความเชื่อส่วนตัวและไปสำรวจแนวทางปฏิบัติและการรักษาทางจิตวิญญาณที่พวกเขาพูดถึง ท่านค้นพบโลกที่อยู่เหนือโลกทัศน์ของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ และนับจากนั้นเป็นต้นมา พันธกิจทางจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine) ของท่านก็เริ่มต้นขึ้น และที่เหลือก็เป็นประวัติศาสตร์ตามที่พวกเขาพูดกัน

3. เริ่มต้นการเดินทางทางจิตวิญญาณ

เมื่อบุคคลเริ่มปฏิบัติทางจิตวิญญาณ ส่วนใหญ่แล้วเขาจะคิดถึงตัวเอง แต่ในกรณีของท่าน Paratpar Guru Dr Athavale นั้นแตกต่างออกไป ตั้งแต่แรกเริ่ม ท่านเริ่มปฏิบัติทางจิตวิญญาณเป็นภารกิจไม่เพียงแต่สำหรับตัวเองเท่านั้นแต่สำหรับผู้อื่นด้วย เรื่องของจิตวิญญาณ (Spirituality) เป็นดินแดนที่ท่านไม่รู้จัก (เนื่องจากท่านมีพื้นฐานมาทางวิทยาศาสตร์) ในช่วงแรกนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับท่าน ท่านจะขับรถเป็นระยะทางไกลทุกสุดสัปดาห์เพื่อไปพบกับนักบุญต่างๆ เพื่อถามคำถามเกี่ยวกับจิตวิญญาณและเรียนรู้จากพวกเขา ท่านจะลงบันทึกของท่านอย่างละเอียดด้วยเครื่องพิมพ์ดีด เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ต่อมา ท่านจะเขียนบันทึกเหล่านี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น

ในไม่ช้า ท่านก็ได้พบกับคุรุของท่าน คือ His Holiness Bhaktaraj Maharaj (นักบุญผู้อยู่ในลำดับสูงที่สุด)

ในช่วงเวลาสั้นๆ ท่านพอใจกับการฝึกฝนจิตวิญญาณและการรับใช้ของท่าน, คุรุของท่านอวยพรและขอให้ท่านเขียนหนังสือเกี่ยวกับจิตวิญญาณเพื่อชี้นำผู้คนเกี่ยวกับวิธีฝึกฝนจิตวิญญาณในยุคปัจจุบัน

4. ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข (Priti) ของ Paratpar Guru Dr Athavale ต่อมนุษยชาติ

ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขของ Paratpar Guru Dr Athavale ต่อมนุษยชาติได้รับการบรรจุไว้ในความพยายามอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของท่าน ที่จะช่วยให้ทุก jiva (soul ที่มาอยู่ในร่าง) ก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ ด้านล่างนี้คือตัวอย่างบางส่วนของความปรารถนาของท่านที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำของคุรุและยกระดับสังคมทางจิตวิญญาณ

1. อุทิศตนเพื่อเขียนหนังสือศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณ

ภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ (Divine) ของ Paratpar Guru Dr. Athavale ในการเขียนหนังสือทางจิตวิญญาณสำหรับมนุษยชาติ

จากประโยคเดียวที่คุรุของท่านได้กล่าวไว้ (ซึ่งกล่าวถึงในตอนท้ายของส่วนที่ 3) ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Paratpar Guru Dr Athavale ได้อุทิศชีวิตทั้งหมดของท่านในการเขียนหนังสือศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจได้ จนถึงปัจจุบัน หนังสือศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณได้ถูกเขียนขึ้นแล้วมากกว่า 300 เล่ม ความรู้ในหนังสือเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการยกข้อความในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ มาอ้างอิงเท่านั้น แต่เป็นความรู้เฉพาะตัวที่อย่างน้อย 50-70% ของความรู้คือความรู้จากพระเจ้า (Divine Knowledge) ที่ได้มาจากสัมผัสที่หกขั้นสูงซึ่งไม่มีอยู่ในที่ใดในโลก หนังสือเหล่านี้จะนำทางมนุษยชาติตลอดช่วงกลียุคที่เหลือ แม้ว่าท่านจะไม่สบาย ท่านก็ยังคงเพียรพยายามในการเขียนหนังสือเพื่อ the satseva (การรับใช้พระเจ้า) หนังสือเหล่านี้หาอ่านได้ในราคาถูกมาก

2. มอบเส้นทางแห่งพระคุณของคุรุ (Gurukrupayoga) ให้กับมนุษยชาติ

เส้นทางแห่งพระคุณของคุรุ (Gurukrupayoga)สายศิษย์ของคุรุ เป็นมรดกทางจิตวิญญาณของอินเดียโบราณ มันมีพื้นฐานมาจากความพยายามอย่างจริงจังในการปฏิบัติทางจิตวิญญาณตามคำแนะนำของคุรุ ศิษย์ในยุคก่อนๆ จะทุ่มเทอย่างหนักในการบำเพ็ญตบะและเสียสละเพื่อความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณ เมื่อนั้นคุรุที่แท้จริงจึงยอมรับพวกเขาและชี้นำพวกเขาต่อไปจนกว่าจะเข้าถึงพระเจ้า (God-realisation)

อย่างไรก็ตามท่าน Paratpar Guru Dr Athavale ได้ก่อตั้งเส้นทางแห่งพระคุณของคุรุ (Gurukrupayoga) ขึ้น เนื่องจากท่านปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้มนุษยชาติทั้งหมดก้าวหน้า และด้วยพรของคุรุของท่าน เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ดีที่สุดในบรรดาเส้นทางจิตวิญญาณอื่นๆ ที่จะไปสู่พระเจ้า ประโยชน์ที่ไม่เหมือนใครของการเดินตามเส้นทางนี้คือ ผู้แสวงหาจากทุกส่วนของโลกสามารถก้าวหน้าทางจิตวิญญาณได้อย่างรวดเร็วในชาติเดียวและเข้าถึงพระเจ้าได้ โดยการทำเช่นนั้น ท่านได้ให้โอกาสแก่ทุก jiva ในการเติบโตทางจิตวิญญาณ (ไม่ใช่แค่ผู้ที่พัฒนาทางจิตวิญญาณแล้วเท่านั้น) นี่คือความรักทางจิตวิญญาณที่แท้จริง

เนื่องจากการวิจัยของท่านเกี่ยวกับจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก ท่านจึงเป็นผู้ริเริ่มกระบวนการขจัดข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพ (the Personality Defect Removal (PDR) Process) กระบวนการนี้ช่วยชำระล้างจิตใจและช่วยวางรากฐานสำหรับการเติบโตทางจิตวิญญาณอย่างรวดเร็ว มีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับกระบวนการนี้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้คนจำนวนมากมีจิตใจที่มั่นคง พร้อมทั้งปรับปรุงบุคลิกภาพและทัศนคติต่อชีวิตของพวกเขา

3. ให้คำแนะนำผู้คนในระดับจิตวิญญาณเพื่อให้พวกเขาสามารถก้าวหน้าได้เร็วขึ้น

Paratpar Guru Dr Athavale ให้คำแนะนำแก่ผู้แสวงหาจากทั่วทุกมุมโลก

การให้คำแนะนำในระดับจิตวิทยานั้นง่ายมาก โดยเอาอกเอาใจทุกคนและทำให้ทุกคนมีความสุข การทำเช่นนี้จะทำให้มีผู้ติดตามจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาของแนวทางนี้ก็คือความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณไม่ได้เกิดขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น แนวทางของท่าน Paratpar Guru Dr Athavale คือการให้คำแนะนำผู้แสวงหาในระดับจิตวิญญาณเท่านั้น เวลาเป็นสิ่งมีค่าและไม่มีเวลาให้เสีย และมีเพียงคำแนะนำในระดับจิตวิญญาณเท่านั้นที่สามารถช่วยให้บุคคลก้าวหน้าได้เร็วที่สุด ด้วยเหตุนี้คำแนะนำของเขาจึงเรียบง่ายและตรงไปตรงมาเพื่อไม่ให้เวลาของผู้แสวงหาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เขาแนะนำให้ทุกคนปฏิบัติตาม the Personality Defect Removal Process แม้ว่าจะเป็นเส้นทางที่ยากกว่าก็ตาม

4. การวิจัยจิตวิญญาณเพื่อมนุษยชาติ

เราทุกคนล้วนเป็นผลผลิตของระบบการศึกษาที่อิงตามมุมมองทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ น่าเสียดายที่การศึกษาประเภทนี้ละเลยด้านจิตวิญญาณของชีวิตโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ก็คือ ด้านจิตวิญญาณของชีวิตคือสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อเรามากที่สุดและจะกำหนดว่าเราจะมีชีวิตที่มีความสุขหรือความทุกข์ เพื่อจุดประสงค์นี้ท่าน Paratpar Guru Dr. Athavale จึงได้พัฒนาแผนกวิจัยขึ้นเพื่อดำเนินการวิจัยด้านจิตวิญญาณในทุกแง่มุมของชีวิต

การวิจัยทางจิตวิญญาณที่ดำเนินการที่ศูนย์วิจัยทางจิตวิญญาณโดยใช้เครื่องสแกนออร่าและพลังงานที่แตกต่างกัน

การวิจัยทางจิตวิญญาณนี้ดำเนินการโดยใช้เครื่องสแกนออร่าและพลังงาน และใช้ผู้แสวงหาที่มีสัมผัสที่ 6 ขั้นสูงของทีมวิจัยทางจิตวิญญาณ ท่านParatpar Guru Dr Athavale เป็นที่ปรึกษาของทีมวิจัยทางจิตวิญญาณและยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบผลลัพธ์อีกด้วย เนื่องจากท่านมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในมิติทางจิตวิญญาณ เราจึงเข้าใจชัดเจนว่าควรทดลองสิ่งใดก่อน ตัวอย่างเช่น นักวิจัยสมัยใหม่คงไม่คิดที่จะศึกษาว่าชุดสีดำควรสวมใส่ไปงานศพหรือแม้แต่ควรสวมใส่หรือไม่ เพราะความคิดที่ว่าสีดำส่งผลทางจิตวิญญาณในเชิงลบจะไม่ผุดขึ้นมาในใจของเขาในฐานะหัวข้อสำหรับการวิจัย เนื่องจากสีดำเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน

การศึกษาวิจัยเชิงเปรียบเทียบต่างๆ เช่น ผลงานศิลปะในหัวข้อเดียวกัน (ในกรณีนี้คือ เทพมหาลักษมี) ที่วาดโดยศิลปินคนละคน มีการสั่นสะเทือนทางจิตวิญญาณที่แตกต่างกันอย่างไรวัตถุประสงค์หลักของการวิจัยนี้คือเพื่อช่วยให้ผู้คนเข้าใจว่าการกระทำและประเพณีของพวกเขาส่งผลต่อพวกเขาในระดับจิตวิญญาณอย่างไร ตัวอย่างเช่น “สี, ดนตรี, ศิลปะ, อาหาร ฯลฯ ส่งผลต่อเราในระดับจิตวิญญาณอย่างไร” ผู้คนมักจะประหลาดใจเมื่อรู้ว่าสิ่งต่างๆ มากมายที่พวกเขาทำในแต่ละวันส่งคลื่นสั่นสะเทือนเชิงลบ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วนำไปสู่ปัญหาและความทุกข์ทรมาน

นอกจากนี้ การวิจัยจิตวิญญาณที่ดำเนินการยังช่วยให้เข้าใจมิติทางจิตวิญญาณและทราบว่าพลังงานเชิงลบสามารถรบกวนชีวิตของเราได้อย่างไร ในขณะที่พลังงานเชิงบวกและเทพเจ้า (ลักษณะต่างๆ ของ God Principle) สามารถมอบความเป็นอยู่ที่ดีทางจิตวิญญาณได้ ท่านยังมีบทบาทสำคัญในการทำให้โลกตระหนักถึงความจริงที่ว่าระหว่างปี 1999 ถึง 2023 มีการต่อสู้อันละเอียดอ่อน (subtle battle) ครั้งใหญ่ในมิติทางจิตวิญญาณ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตบนโลกอย่างรุนแรง ซึ่งจุดสุดยอดคือสงครามโลกครั้งที่ 3

ความรู้เกี่ยวกับพลังงานเชิงลบและวิธีการทำงานของมันช่วยให้ผู้คนหลายพันคนทั่วโลกระบุปัญหาที่มีลักษณะทางจิตวิญญาณได้ ท่านParatpar Guru Dr Athavale ไม่หยุดอยู่แค่นั้น ท่านได้ให้ความรู้ที่สามารถช่วยชีวิต เกี่ยวกับวิธีการรักษาปัญหาทางจิตวิญญาณด้วยวิธีการรักษาตัวเองที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังและการปฏิบัติทางจิตวิญญาณ ซึ่งช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับผู้คนหลายพันคนทั่วโลก เว็บไซต์ SSRF ของเราเต็มไปด้วยกรณีศึกษาของผู้คนจากทุกสาขาอาชีพและจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมากมายที่ได้รับความช่วยเหลือในระดับกายภาพ, จิตวิทยา และจิตวิญญาณ จากการวิจัยทางจิตวิญญาณนี้ พวกเขาจึงตระหนักถึงประเภทของการปฏิบัติทางจิตวิญญาณและแนวทางการรักษาทางจิตวิญญาณที่มีประโยชน์มากที่สุดสำหรับยุคปัจจุบัน

ศูนย์วิจัยทางจิตวิญญาณมีคอลเล็กชั่นที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสิ่งของและสิ่งประดิษฐ์ในโลกกายภาพ (โลกที่มองเห็นได้) ซึ่งได้รับผลกระทบหรือถูกบงการโดยสิ่งมีชีวิต (entities) จากโลกที่ละเอียดอ่อน (โลกที่มองไม่เห็น) การที่เราสามารถระบุสิ่งของดังกล่าว, วิเคราะห์ และจัดเก็บไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นได้นั้นเป็นเพราะการมองการณ์ไกลของท่าน Paratpar Guru Dr Athavale

เราได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับปรากฏการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นที่ไหนสักแห่งในโลกอยู่บ่อยครั้ง และได้ยินว่าผู้ศรัทธาแห่กันมาที่แห่งนั้นเพื่อจะได้เห็น อย่างไรก็ตาม ที่ศูนย์วิจัยทางจิตวิญญาณและอาศรม เราได้เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวหลายร้อยหรืออาจถึงหลายพันครั้ง ในความเป็นจริง มีปรากฏการณ์ดังกล่าวมากมาย ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบที่เกิดขึ้นทุกวันเนื่องมาจากพลังงานในเชิงบวกและเชิงลบในระดับสูง ความจริงที่ว่าเราสามารถรับรู้และเป็นพยานถึงปรากฏการณ์ทางจิตวิญญาณมากมายนี้ได้นั้นล้วนเกิดจากการปรากฎตัวของท่าน Paratpar Guru Dr Athavale และการชี้นำของท่าน

ปรากฏการณ์ทั้งดีและไม่ดีเหล่านี้ได้รับการบันทึกและเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในพิพิธภัณฑ์จิตวิญญาณ

5. ความปรารถนาให้มนุษยชาติได้รับความรู้ทางจิตวิญญาณเพื่อบรรเทาความทุกข์

บนเว็บไซต์ SSRF มีบทความที่อภิปรายข้อดีและข้อเสียของการฝังศพเทียบกับการเผาศพในฐานะพิธีกรรมงานศพสำหรับผู้เสียชีวิต เมื่อบทความนี้ถูกเขียนขึ้น ประโยชน์ของการเผาศพถูกนำเสนอในมุมมองเมื่อปฏิบัติตามทุกแง่มุมของพิธีกรรมตามศาสตร์แห่งจิตวิญญาณ เช่น การท่องมนต์, การทำพิธีกรรมบางอย่าง, การใช้กองไฟเผาศพที่เหมาะสม เป็นต้น จากนั้นวันหนึ่ง ผู้แสวงหาได้แจ้งให้เราทราบว่าหากใครก็ตามในต่างประเทศ (นอกอินเดีย) ต้องการเผาศพ ทางเลือกเดียวที่พวกเขามีคือการเผาศพในเตาเผาศพ ซึ่งไม่เหมือนกับพิธีเผาศพที่ควรดำเนินการ ในเตาเผาศพดังกล่าวไม่มีพิธีกรรมใดๆ, การท่องมนต์ หรือการทำความเข้าใจว่ามนต์ดังกล่าวสามารถช่วยร่างกายที่ละเอียดอ่อนในการเดินทางต่อไปในชีวิตหลังความตายได้อย่างไร

ฌอน คลาร์ก (จากทีมวิจัยทางจิตวิญญาณ) ได้รับคำแนะนำจากท่าน Paratpar Guru Dr Athavale เกี่ยวกับการวิจัยทางจิตวิญญาณ

ฌอนได้กล่าวถึงเรื่องนี้กับท่าน Paratpar Guru Dr Athavale เมื่อได้อ่านค่าอันละเอียดอ่อนของวิธีการจัดงานศพแบบต่างๆ ท่านParatpar Guru Dr Athavale กล่าวว่าประโยชน์ทางจิตวิญญาณของวิธีการเผาศพพร้อมกับมนต์นั้นมีค่ามากกว่ากระบวนการที่ใช้ในเตาเผาศพมาก จากนั้นท่านก็ครุ่นคิดสักครู่แล้วกล่าวว่า “เราจะช่วยเหลือร่างกายอันละเอียดอ่อนของผู้ที่ถูกเผาในเตาเผาศพได้อย่างไร” ท่านกล่าวต่อในทันทีว่า เราควรอัปโหลดมนต์ที่จำเป็นไว้บนเว็บไซต์ เมื่อฌอนถามท่านว่าเราควรเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเล็กน้อยสำหรับไฟล์เสียงเพื่อครอบคลุมต้นทุนการผลิตหรือไม่ ท่านตอบว่า “ไม่ มอบให้สังคมฟรี เราไม่มีลิขสิทธิ์ใดๆ ในมนต์เหล่านี้” ต่อมาท่านกล่าวว่ามนต์เหล่านี้เป็นของขวัญที่มอบให้กับมนุษยชาติจากอินเดียโบราณ และไม่มีบุคคลใดอ้างอำนาจเหนือพวกมัน พวกมันควรให้ฟรีสำหรับมนุษยชาติทั้งหมด”

ขณะที่ท่าน Paratpar Guru Dr Athavale กำลังพูด อารมณ์ทางจิตวิญญาณของฌอน (bhav) ก็ตื่นขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงความรักอันไม่มีเงื่อนไข (Priti) ของท่าน Paratpar Guru Dr Athavale ที่มีต่อสังคม เหตุการณ์นี้ทำให้ฌอนตระหนักได้ว่า ท่าน Paratpar Guru Dr Athavale คิดอยู่เสมอว่าทำอย่างไรให้ผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก รวมไปถึงร่างกายที่ละเอียดอ่อนจากโลกหลังความตาย สามารถได้รับประโยชน์จากความรู้ทางจิตวิญญาณที่มีอยู่ในศูนย์วิจัยทางจิตวิญญาณและอาศรมได้ ทั้งนี้เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ที่เกิดจากความทุกข์ทางจิตวิญญาณ

6. ทำให้คนรุ่นต่อไปสามารถพึ่งพาตนเองได้และช่วยให้ผู้แสวงหาได้รับความเชี่ยวชาญทางจิตวิญญาณในสาขาวิชาของตน

Paratpar Guru Dr Athavale ชี้แนะผู้แสวงหาในสาขาวิชาต่างๆ

เนื่องจากท่าน Paratpar Guru Dr Athavale มีสัมผัสที่หกขั้นสูงและสามารถเข้าถึงความรู้อันศักดิ์สิทธิ์ (Divine Knowledge) ได้ ท่านจึงมีความสามารถพิเศษในการชี้นำผู้แสวงหาในศาสตร์และศิลปะต่างๆ ผู้แสวงหามากมายได้เห็นว่าท่านมีความสามารถทางจิตวิญญาณและความเชี่ยวชาญในทุกสาขา ท่านสามารถดึงดูดและสร้างแรงสั่นสะเทือนทางจิตวิญญาณในเชิงบวกในทุกโครงการของทุกสาขาได้ อย่างไรก็ตาม ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและความยิ่งใหญ่ของท่านอยู่ที่การที่ท่านจะทำให้แน่ใจว่าผู้แสวงหาและนักบุญได้รับการพัฒนาในแต่ละสาขาจนพวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้

Paratpar Guru Dr Athavale แนะนำ Snehal Raut (ผู้แสวงหาจากภาคส่วนวิดีโอ เสียง)

เพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้น ท่านได้พิจารณาอย่างละเอียดในทุกรายละเอียดของแต่ละโครงการ เพื่อที่ท่านจะได้ชี้นำและพัฒนาความเข้าใจในสาขาที่เกี่ยวข้องของผู้แสวงหาแต่ละคน ในตอนท้ายของทุกโครงการ แม้ว่าท่านจะมีส่วนช่วยในการทำให้สำเร็จ แต่ท่านก็ยกความดีความชอบทั้งหมดให้กับพระเจ้าและผู้แสวงหาทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

7. มุ่งเน้นที่หลักการ

ท่านParatpar Guru Dr Athavale ได้สอนผู้แสวงหาเสมอว่าจะต้องมุ่งเน้นที่หลักการอย่างไร และต้องมีความศรัทธาในหลักการสากล (the Universal principles) ที่ควบคุมเรื่องของจิตวิญญาณ (Spirituality) อย่างไร ในการทำเช่นนี้ ท่านได้ช่วยให้ผู้แสวงหาไม่เพียงแต่คอยพึ่งพาท่านเท่านั้น แต่ให้พึ่งพาวิทยาศาสตร์แห่งจิตวิญญาณอย่างสมบูรณ์ ตัวอย่างเช่น สมมติว่าผู้แสวงหากำลังทุกข์ทรมานจากความทุกข์ทางจิตวิญญาณ แทนที่จะสร้างวัฒนธรรมที่ผู้คนเข้าไปรักษาผู้แสวงหา ท่านกลับสนับสนุนให้ผู้แสวงหาเรียนรู้วิธีการรักษาทางจิตวิญญาณเพื่อที่เขาจะสามารถรักษาตัวเองได้

Athavale ได้แสดงให้ผู้แสวงหาเห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ท่านไม่ต้องการให้ผู้คนพึ่งพารูปแบบทางกายภาพของท่าน แต่ให้พึ่งพารูปแบบนิรันดร์ของท่าน ซึ่งก็คือ Guru Principle ที่ยังไม่ปรากฏออกมาเป็นรูปธรรม (unmanifest) สิ่งนี้ช่วยให้ผู้แสวงหามีความมั่นคงในทุกสถานการณ์ เนื่องจาก Guru Principle ที่ยังไม่ปรากฏออกมาเป็นรูปธรรมนั้น ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่

8. ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและความปรารถนาของพระองค์ที่ต้องการให้ผู้คนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ประจักษ์ในอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ (the Divine Kingdom)

Paratpar Guru Dr Athavale ปูทางสู่อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์

ประเด็นหลักประการหนึ่งของภารกิจของท่าน Paratpar Guru Dr Athavale คือการปูทางเพื่อประกาศยุคใหม่ของการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณบนโลก ยุคนี้มักเรียกกันว่าอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์บนโลก อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่ยุคใหม่นี้ ซึ่งจะเริ่มต้นในปี 2024 จะเต็มไปด้วยภัยพิบัติและการทำลายล้าง ซึ่งประชากรโลกจำนวนมากจะต้องพินาศ

บนเว็บไซต์ SSRF วันสำคัญของสิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนปี 2024 ได้รับการเผยแพร่ตั้งแต่เนิ่นๆในปี 2007 ในตอนแรก ช่วงเวลาแห่งการทำลายล้างที่รุนแรงนั้นคาดการณ์ไว้ในช่วงปี 2015 ถึง 2023 เพื่อให้คนๆ หนึ่งมีชีวิตอยู่เพื่อเห็นยุคใหม่ ท่านParatpar Guru Dr Athavale กล่าวเสมอว่า จะขึ้นอยู่กับความพยายามที่พวกเขาทำเพื่อเติบโตทางจิตวิญญาณ เมื่อเราเข้าใกล้ช่วงเวลาแห่งการทำลายล้างที่รุนแรงมากขึ้น วันหนึ่ง Paratpar Guru Dr Athavale ได้กล่าวไว้บนเว็บไซต์ว่าให้เปลี่ยนวันที่ของช่วงเวลาแห่งการทำลายล้างที่รุนแรงจากปี 2015 – 2023 เป็นปี 2019 – 2023

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้แสวงหาที่อยู่ที่นั่นก็สัมผัสได้ว่าอารมณ์ทางจิตวิญญาณของพวกเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ในขณะนั้น พวกเขารู้สึกถึงความรักอันแรงกล้าของท่านที่มีต่อมนุษยชาติและความเข้มแข็งทางจิตวิญญาณของท่าน เมื่อพวกเขาเห็นมนุษยชาติได้รับการพักจากช่วงเวลาอันเลวร้าย มีเพียงนักบุญระดับสูงเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษย์ได้ผ่าน Sankalp (ความตั้งใจแน่วแน่) ของท่าน เมื่อเปลี่ยนแปลงวันที่ เราสัมผัสได้ว่า ท่านได้ย่อช่วงเวลาที่เลวร้ายจริงๆ ลง ทำให้มนุษยชาติมีโอกาสเตรียมตัวสำหรับเวลาที่จะมาถึง ความยิ่งใหญ่และความเคร่งขรึมของช่วงเวลานั้นและสิ่งที่ผู้แสวงหาได้พบเห็นจะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต

5. บทสรุป

Athavale การมีส่วนสนับสนุนในการยกระดับจิตวิญญาณของมนุษยชาติและการตื่นรู้ทางจิตวิญญาณของสังคมเพื่อทำความเข้าใจมิติทางจิตวิญญาณ ท่านคือผู้ที่หาได้ยากที่สุดในบรรดาผู้ที่หาได้ยากที่สุด – Samashti Paratpar Guru (ผู้ที่สามารถนำสังคมมนุษย์ทั้งหมดมาหาพระเจ้า) แม้ว่าพันธกิจของท่านจะยิ่งใหญ่มาก แต่ความอ่อนน้อมถ่อมตนและความรักที่ท่านมีในกิจวัตรประจำวันของท่าน และวิธีที่ท่านโต้ตอบกับผู้อื่นเป็นสิ่งที่เราทุกคนปรารถนาที่จะทำตาม

สำหรับผู้แสวงหาทุกคน ความทรงจำของพวกเขาเกี่ยวกับการโต้ตอบและความสัมพันธ์ของพวกเขากับท่านนั้นพิเศษมาก เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยความรักที่ไม่มีเงื่อนไขที่ท่านแสดงให้พวกเขาเห็น สำหรับเราผู้แสวงหาที่ได้สัมผัสท่านด้วยตนเอง เราจะรู้สึกขอบคุณตลอดไปสำหรับโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้อยู่ในที่มีการปรากฎตัวของท่าน และความรักที่ท่านแสดงให้เราเห็นจะฝังแน่นอยู่ในใจของเราตลอดไป ท่านคือตัวแทนของแนวคิดที่ว่า ความเป็นผู้นำควรได้รับการก่อตั้งบนความรักที่ไม่มีเงื่อนไขต่อผู้อื่น

คำอธิษฐานของเราคือให้เราเรียนรู้และฝึกฝนที่จะรักและรับใช้มนุษยชาติอย่างที่ท่านแสดงให้เราเห็น และหากเราเลียนแบบท่านได้แม้เพียงเล็กน้อย นั่นคือชีวิตที่คุ้มค่าแล้ว