เทคนิคการชี้นำตนเองแบบ A3

เทคนิคการชี้นำตนเองแบบ A3

1. บทนำสู่เทคนิคการชี้นำตนเองแบบ A3

คุณเคยอยู่ในที่ประชุมแล้วเกิดไอเดียดี ๆ แต่กลับรู้สึกลังเลที่จะพูดออกไปไหม? หรือเคยถอยห่างจากมิตรภาพที่อาจจะดีต่อใจ เพียงเพราะความไม่มั่นใจในตัวเองไหม? ความขี้อาย, ความกลัว และความไม่มั่นใจในตัวเอง สามารถดึงเราไว้และทำให้เราไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เต็มที่ในทุก ๆ ด้านของชีวิต เราอาจเห็นคนอื่นที่สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ เช่น การพูดต่อหน้าผู้คน หรือการเข้าหาผู้อื่นอย่างผ่อนคลาย และหวังว่าเราจะเป็นเหมือนพวกเขาได้บ้าง ทว่าเมื่อเราไม่เห็นคุณลักษณะเหล่านี้ในตัวเอง ก็ยิ่งทำให้ยากที่จะเชื่อว่าเราจะพัฒนามันขึ้นมาได้

คนจำนวนมากมีปัญหาในลักษณะนี้ และมีบทความ, หนังสือพัฒนาตนเอง, คอร์สเรียน ฯลฯ มากมายที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้คนก้าวข้ามมันไป แต่บางวิธีอาจซับซ้อนเกินไป อย่างไรก็ตาม หลายคนไม่รู้เลยว่ามีเทคนิคง่าย ๆ ที่ทำได้เพียงแค่ท่องประโยคสั้น ๆ เป็นประจำ ก็สามารถช่วยคลายความขี้อาย, ความกลัว, ความไม่มั่นใจ และปัญหาอื่น ๆ ในระดับบุคลิกภาพได้ เทคนิคนี้คือ Autosuggestion ประเภท A3 ในบทความนี้ เราจะอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคนี้ และวิธีที่เราสามารถนำไปใช้เพื่อก้าวผ่านอุปสรรคภายในและคุณลักษณะเชิงลบต่าง ๆ ได้

2. ความหมายของเทคนิค Autosuggestion ประเภท A3

เทคนิค Autosuggestion ประเภท A3 หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “เทคนิคการลดความไวเชิงสะกดจิต (Hypnotic Desensitisation Technique)” หรือ “การใช้ภาพจำในภาวะสะกดจิต (Imagery in a Hypnotic Trance)” คือเทคนิคที่ใช้การสร้างภาพเหตุการณ์ในจินตนาการของตนเอง ที่เราสามารถเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดได้อย่างสำเร็จ ในขณะอยู่ในสภาวะสะกดจิตด้วยตนเอง (self-induced hypnotic trance) การซ้อมเหตุการณ์ในใจลักษณะนี้ ช่วยให้เราสามารถเอาชนะสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดความเครียดได้ เมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง เราจะไม่รู้สึกกดดันหรือเครียด เพราะจิตใจได้เรียนรู้วิธีรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว

เทคนิค A3 ใช้เพื่อเอาชนะปฏิกิริยาที่ผิดปกติ จากสถานการณ์ที่มี ระยะเวลายาวนาน หรือสร้างความกดดันต่อเนื่อง

คำว่า Desensitisation (การลดความไว) หมายถึงการทำให้ความเข้มข้นของประสบการณ์หรืออารมณ์เชิงลบ (สิ่งเร้าที่เคยทำให้กลัวหรือไม่สบายใจ) ลดลงทีละขั้นตอน ด้วยการปรับสภาพจิตให้สร้างการตอบสนองเชิงบวกแบบใหม่ แทนการตอบสนองที่หวาดกลัวมาก่อน เมื่อมีการซ้อมจินตนาการซ้ำ ๆ ว่าเราสามารถเผชิญสิ่งเร้าที่กลัวได้อย่างประสบความสำเร็จ ในที่สุดปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์นั้นก็จะอ่อนกำลังลงในจิตใจ

3. ใช้เมื่อไร?

  • เทคนิค Autosuggestion ประเภท A3 ใช้เพื่อเอาชนะปฏิกิริยาที่ผิดปกติหรือไม่เหมาะสม อันเกิดจากเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ยาวนาน (และทำให้เกิดความเครียด) ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงสถานการณ์ที่กินเวลามากกว่า 1-2 นาที เช่น ความกลัวการเดินทางโดยเครื่องบิน, ความเครียดจากการสอบที่กำลังจะมาถึง, ความรู้สึกประหม่าเมื่อต้องไปร่วมงานสังคม, ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ
  • เทคนิคนี้ยังใช้เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องด้านบุคลิกภาพ เช่น ขาดความเพียรพยายาม, ขาดความคิดริเริ่ม, มีบุคลิกเก็บตัวเกินไป, ขาดความมั่นใจในตัวเอง, ยอมคนเกินไป, ความไม่กล้าแสดงออก, ความรู้สึกต่ำต้อย ฯลฯ รวมถึงใช้แก้ความคิดเชิงลบ เช่น “ฉันทำไม่ได้, ฉันไม่แน่ใจว่าจะทำสำเร็จไหม”
  • นอกจากนี้ เทคนิค Autosuggestion ประเภท A3 ยังสามารถช่วยบรรเทาโฟเบีย (ภาวะความวิตกกังวลอย่างรุนแรงจากวัตถุหรือสถานการณ์บางอย่าง ซึ่งอาจทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ลำบาก) และ OCD (obsessive compulsive disorder-โรคย้ำคิดย้ำทำ) โดยพจนานุกรม Oxford ได้ระบุโฟเบียไว้มากถึง 108 ประเภท เทคนิค Autosuggestion นี้ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (PTSD) ได้อีกด้วย

3.1 การต่อต้านความคิดลบ

จิตใจของเรามักสร้างความคิดด้านลบเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เรารู้สึกขาดความมั่นใจ, รู้สึกต่ำต้อย หรือหวาดกลัว

ตัวอย่างเช่น เมื่อมีการนัดสัมภาษณ์งาน ใกล้ถึงเวลา ผู้เข้ารับสัมภาษณ์อาจเกิดความกังวลและความเครียดอย่างมาก จนรู้สึกเหมือนถูกความกลัวนั้นทำให้ขยับตัวไม่ได้ จิตใจเริ่มวาดภาพเหตุการณ์ในแง่ร้าย พร้อมความคิดมากมายว่า “โอ้ ฉันคงทำได้ไม่ดี, ฉันต้องประหม่าแน่ ๆ, ผู้สัมภาษณ์คงไม่พอใจคำตอบฉัน, ฉันต้องพูดติดอ่างแน่, และสุดท้ายฉันคงไม่ได้งานนี้… ทุกความคิดมีพลังงานอยู่เบื้องหลัง และมีศักยภาพที่จะดึงเราลง เมื่อมีความคิดลบรุมเร้า จิตใจก็เหมือนตั้งโปรแกรมให้เราล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

เทคนิค Autosuggestion ประเภท A3 ช่วยโต้กลับความคิดเชิงลบด้วยความคิดเชิงบวก และช่วยให้เราได้ซ้อมภาพเหตุการณ์จริงในใจล่วงหน้า จึงช่วยสร้างความมั่นใจให้กับจิตใจ

3.2 การวางแผน vs. การซ้อม (Rehearsal)

หลายครั้ง เราวางแผนล่วงหน้าว่าจะพูดอย่างไร จะประพฤติอย่างไร หรือจะทำอย่างไรเมื่อไปยังสถานที่หนึ่งหรือเข้าร่วมกิจกรรมหนึ่ง แล้วแบบนี้ ถือว่าเป็นการซ้อมเหตุการณ์ในแบบเดียวกับที่ทำโดยใช้เทคนิค Autosuggestion A3 หรือไม่? คำตอบคือ — ไม่เหมือนกัน ความแตกต่าง คือ แบบแรก (การวางแผน) ทำงานในระดับจิตสำนึก ขณะที่แบบที่สอง (การซ้อมในใจผ่าน Autosuggestion – AS) ทำงานในระดับจิตใต้สำนึก

4. รูปแบบในการสร้าง Autosuggestion ประเภท A3

ในการสร้างประโยค Autosuggestion ประเภท A3 เราจะเขียนเหตุการณ์ทั้งฉากในรูปแบบ ประโยคบอกเล่าเชิงบวก และใช้กาลปัจจุบันต่อเนื่อง (Present Continuous Tense) โดยซ้อมในใจว่าเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากได้อย่างประสบความสำเร็จ Autosuggestion ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้เราสามารถเอาชนะความเครียดในจิตใจ และสามารถรับมือกับสถานการณ์จริงได้ดีขึ้น ทั้งในด้านการกระทำและกระบวนการคิด แต่ละประโยคเชิงบวกที่ป้อนเข้าไปในจิตใจมีบทบาทในการต่อต้านและลบล้างความคิดเชิงลบ

รูปแบบการเขียน Autosuggestion แบบ A3 :

  1. ใช้ Present Continuous Tense (กำลังกระทำอย่างต่อเนื่อง)
  2. ประโยคต้องมีลักษณะเชิงบวก หลีกเลี่ยงการใช้คำปฏิเสธ เช่น “ไม่”
  3. ความยาวอย่างน้อย 5 ประโยค แต่ไม่เกิน 15 ประโยค
  4. ใช้ประโยคที่เรียบง่าย เพื่อให้จิตใจรับรู้และทำงานได้ง่าย
  5. ตอนท้าย ควรมีการย้ำว่าเราทำภารกิจสำเร็จแล้ว เมื่อเป็นไปได้

จากรูปแบบด้านบน เราจะนำไปใช้สร้าง Autosuggestion แบบ A3 ให้เห็นเป็นตัวอย่าง :
ตัวอย่างหนึ่งของการใช้ Autosuggestion ประเภท A3 เพื่อจัดการกับความกลัวนี้ มีดังต่อไปนี้

  • ฉันกำลังคิดถึงการที่ฉันต้องเป็นผู้นำการประชุม
  • ฉันกำลังสวดอธิษฐานและเริ่มรู้สึกผ่อนคลายลง
  • ฉันเข้าใจหัวข้อการประชุมและกำลังวางแผนสิ่งที่จะพูด
  • ฉันกำลังก้าวเข้าห้องประชุมด้วยจิตใจที่มั่นคง และเริ่มการประชุมด้วยความมั่นใจ
  • การประชุมกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น และฉันสามารถตอบคำถามของหัวหน้างานได้อย่างน่าพึงพอใจ
  • ทุกคนกำลังมีสีหน้าพึงพอใจและพอใจกับการนำเสนอของฉัน
  • ฉันกำลังขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ฉันสามารถดำเนินการประชุมได้อย่างมั่นใจ

อีกหนึ่งตัวอย่างของ Autosuggestion ประเภท A3 ที่สามารถใช้ได้ คือ

  • การนำเสนอของฉันมีกำหนดในวันจันทร์
  • ฉันกำลังฝึกพูดประเด็นสำคัญของการนำเสนอออกมาดัง ๆ เพื่ออธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจ
  • ฉันเตรียมตัวทุกอย่างพร้อมแล้ว
  • ฉันกำลังทบทวนประเด็นต่าง ๆ อย่างสงบในใจของฉัน
  • ฉันมั่นใจว่าฉันจะสามารถตอบคำถามใด ๆ จากผู้ฟังได้อย่างน่าพึงพอใจ
  • ฉันไปถึงสถานที่จัดประชุมตรงเวลา
  • ฉันกำลังถูกเรียกขึ้นเวทีเพื่อนำเสนอผลงาน
  • ฉันกำลังนั่งอยู่บนที่นั่งของฉันอย่างสงบมาก
  • พิธีกรกำลังเชิญให้ฉันเริ่มนำเสนอ
  • ฉันกำลังอธิบายทุกประเด็นในงานนำเสนอของฉันได้อย่างลื่นไหล
  • ทุกคำถามที่ผู้ฟังถามมานั้นตอบได้ง่าย และฉันก็ตอบได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • เวลาของการนำเสนอได้สิ้นสุดลงแล้ว
  • ฉันกำลังกลับบ้านและบอกกับครอบครัวว่าฉันได้นำเสนอได้ดีมาก และทุกคนก็ชื่นชอบ
  • ความมั่นใจในตัวฉันเพิ่มขึ้น
  • ฉันกำลังผ่อนคลายและเตรียมตัวสำหรับวันถัดไป
  • ฉันกำลังหลับลงอย่างสงบสุข

5. วิธีประเมินว่าเมื่อไรควรเลือกใช้เทคนิค Autosuggestion ประเภท A3

ด้านล่างนี้เป็นภาพแสดงแนวทางการประเมิน เพื่อให้ทราบว่าเมื่อไรควรเลือกใช้เทคนิค A3

จะเลือกใช้ Autosuggestion แบบ A3 ได้อย่างไร?
รูปแบบเทคนิค Autosuggestion ที่ควรเลือกใช้ เรามาดูตัวอย่างความผิดพลาดด้านล่างนี้เป็นกรณีศึกษา เพื่ออธิบายให้เห็นภาพว่าเมื่อไรควรเลือกใช้เทคนิค A3 Helen korkmuş/endişeliydi
ตัวอย่างการวิเคราะห์ :

    1. คำถามแรกที่เราต้องถามเพื่อตัดสินว่าจะใช้ Autosuggestion แบบใดคือ
      ใครเป็นสาเหตุหลักของความเครียดในสถานการณ์นี้ หรือใครเป็นผู้ทำผิดพลาด? ในกรณีนี้คือตัวเฮเลนเอง เพราะเธอกังวลไปล่วงหน้าโดยไม่มีเหตุการณ์จริงรองรับ เฮเลนได้ทุ่มเทความพยายามมากมายเพื่อจัดการ Airbnb ของเธอ ดังนั้น มีโอกาสสูงที่แขกจะให้รีวิวในแง่ดีเช่นกัน
      ดังนั้นคำตอบคือ ตัวเอง (Self)
    2. คำถามถัดไปคือความผิดพลาดนี้คือการกระทำ/ความคิด/อารมณ์ที่ไม่ถูกต้อง
      หรือเป็นปฏิกิริยาที่ไม่ถูกต้อง ? ที่นี่เป็น “ปฏิกิริยา” ต่อแขก/สถานการณ์
      (ความกังวลก่อนเหตุการณ์จริงเกิดขึ้น)
    3. คำถามสุดท้ายคือเหตุการณ์ที่กระตุ้นปฏิกิริยานี้เป็นเหตุการณ์ที่ยาวนานหรือไม่? ในกรณีนี้ถือว่ายาวนาน เพราะเฮเลนกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่แขกจะให้รีวิวไม่ดี

ดังนั้นจากการวิเคราะห์ สามารถใช้ A3 Autosuggestion ได้

ตัวอย่าง Autosuggestion :

  • ฉันกำลังคิดว่าแขก Airbnb จะมาเช็คอินวันนี้
  • ฉันรู้สึกสงบ เพราะห้องที่เตรียมไว้พร้อมทุกอย่างสำหรับการต้อนรับ
  • ฉันส่งข้อความสั้น ๆ เพื่อถามเวลาเดินทางมาถึงของแขก และได้รับการตอบกลับในเชิงบวก
  • เมื่อแขกมาถึง ฉันทักทายอย่างอบอุ่น และอธิบายการใช้งานสิ่งอำนวยความสะดวกในบ้านให้พวกเขาฟังอย่างมั่นใจ
  • พวกเขาตั้งใจฟังและเข้าใจคำแนะนำต่าง ๆ ด้วยทัศนคติที่ดี
  • ระหว่างการเข้าพักของแขก ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น และฉันสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้อย่างชัดเจน
  • พวกเขามีความสุขกับการพักผ่อน และฉันสามารถดูแลพวกเขาได้เป็นอย่างดี
  • หลังจากแขกเช็คเอาท์ พวกเขาได้เขียนรีวิวเชิงบวกบน Airbnb ด้วยพระคุณของพระเจ้า จนถึงตอนนี้แขกส่วนใหญ่ของฉันล้วนให้รีวิวดี
  • ฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้าอย่างสุดหัวใจที่ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี

6. วิธีการให้ A3 Autosuggestion

มี 2 วิธี ในการให้ A3 Autosuggestion

6.1 วิธีที่ 1 สำหรับการให้ A3 Autosuggestion

วิธีแรกเป็นไปตามรูปแบบที่ระบุไว้ในตารางด้านล่างนี้ เริ่มต้นด้วยการสวดอธิษฐาน และ การสวดมนต์หรือสวดเจริญจิตภาวนา เพื่อให้จิตใจสงบ จากนั้นจึงอ่านข้อความ A3 Autosuggestion เพียงครั้งเดียว ต่างจากเทคนิค AS แบบอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องอ่านซ้ำ 5 ครั้ง แต่ A3 Autosuggestion นั้นยาวกว่า จึงต้องอ่านเพียงครั้งเดียวต่อรอบเท่านั้น

# รายละเอียด นาที:วินาที
1 สวดอธิษฐาน – “ขอพระเจ้าทรงช่วยให้ออโตซัคเจสชันนี้ส่งไปถึงจิตใต้สำนึกของข้าพเจ้า ขอทรงขจัดอุปสรรคทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับออโตซัคเจสชันนี้ และขอให้ข้าพเจ้าได้รับคุณลักษณะที่ดีผ่านการให้คำชี้นำนี้ 0:30
2 สวดภาวนาหรือบริกรรมพระนามของพระเจ้า1 2:00
3 ให้คำชี้นำแบบ A3 (A3 Autosuggestion) 1:30
4 กล่าวแสดงความกตัญญู – “ขอบพระคุณที่ข้าพเจ้าได้ทำออโตซัคเจสชันนี้สำเร็จ ขอให้ข้าพเจ้ามีความเพียรในการทำออโตซัคเจสชันนี้ทุกวัน” 1:00
รวมระยะเวลาการทำออโตซัคเจสชัน 5:00

เชิงอรรถ 1 : การสวดภาวนาพระนามของพระเจ้าจะช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ซึ่งให้ผลเช่นเดียวกับ “เทคนิคการนับแบบมีเงื่อนไข (conditioned counting technique)” ที่อธิบายด้านล่างนี้

6.2 วิธีที่ 2 ของการให้คำชี้นำแบบ A3 (A3 Autosuggestion)

วิธีที่สองคือการทำให้ตนเองเข้าสู่ภาวะทรานส์ โดยจำเป็นต้องเข้าสู่ภาวะทรานส์ลึกเพื่อให้คำชี้นำแบบ A3 ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าสู่ภาวะทรานส์ หมายถึงการเปิดม่านกั้นระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกผ่านการฝึกปฏิบัติ เมื่อม่านนี้ถูกเปิดออก สิ่งที่กล่าวกับจิตสำนึกก็จะเข้าสู่จิตใต้สำนึก และค่อย ๆ แสดงผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง

มีแบบฝึกหลายวิธีในการเข้าสู่ภาวะทรานส์ และหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุด คือแบบฝึกทรานส์ลึก “เทคนิคการนับแบบมีเงื่อนไข (conditioned counting technique)” ซึ่งอธิบายไว้ด้านล่างนี้

เทคนิคการนับแบบมีเงื่อนไข (Conditioned Counting Technique) : เราสามารถจินตนาการว่ากำลังเข้าสู่ภาวะทรานส์ เช่น จินตนาการว่า “ตอนนี้ฉันจะนับจาก 1 ถึง 10
เมื่อถึงเลข 3 ฉันจะหลับตาและผ่อนคลาย ทุก ๆ ตัวเลขที่นับ ฉันจะผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อถึงเลข 10 ฉันจะเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายที่ลึกที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
และสามารถมีสมาธิเพ่งจิตกับสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่ได้อย่างเต็มที่ 1… 2… 3 (หลับตา)… 4… 5… 6… 7… 8… 9… 10

ข้อดีของเทคนิคการนับแบบมีเงื่อนไข

  1. สามารถทำได้ทุกที่ เช่น บนรถไฟ, รถบัส, สำนักงาน ฯลฯ ไม่ต้องมีการเคลื่อนไหวแขนหรือมือที่ดูผิดปกติ
  2. เนื่องจากแบบฝึกนี้ใช้เวลาสั้น เพียงประมาณ 20 วินาที ก็สามารถทำให้เข้าสู่ภาวะ ทรานส์ได้ ดังนั้น จึงสามารถทำได้บ่อยครั้งในหนึ่งวัน ซึ่งเป็นประโยชน์มากโดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือเมื่อมีความตึงเครียดสูง (เช่น ก่อนการสอบหรือการสัมภาษณ์งาน) จะนับจาก 1 ถึง 10 ก็ทำได้ง่ายกว่า หลังจากทำให้ตัวเองเข้าสู่ภาวะทรานส์แล้ว เราต้องจินตนาการสถานการณ์นั้นในเชิงบวก

วิธีการสร้างภาพในจิต (Imagery / AS) ขณะอยู่ในภาวะทรานส์สะกดจิต (Hypnotic Trance)

  1. เริ่มจากทำให้ตัวเองเข้าสู่ภาวะทรานส์ก่อน
  2. จินตนาการสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด — แต่ให้จินตนาการในรูปประโยคบอกเล่าเชิงบวก, กาลปัจจุบันต่อเนื่อง และไม่มีคำปฏิเสธปรากฏอยู่
  3. เนื่องจากคำชี้นำ A3 ค่อนข้างยาว ในการทำแต่ละครั้งจึงให้กล่าวเพียง 1 รอบเท่านั้น

ปิดท้ายด้วยการ แสดงความกตัญญู/ขอบคุณ จบบทฝึก

7. ตัวอย่างของคำชี้นำแบบ A3 (A3 Autosuggestions)

ในส่วนนี้ เรานำเสนอตัวอย่างสถานการณ์ต่าง ๆ ที่คนส่วนใหญ่มักมี “ปฏิกิริยา (Reaction)” ทางลบเกิดขึ้น ในสไลด์ชุดนี้ประกอบด้วย :

  1. ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
  2. การวิเคราะห์รูปแบบการใช้คำชี้นำ
  3. คำชี้นำที่แนะนำให้ใช้
โปรดทราบว่าเราได้จัดเตรียมตัวเลือกคำชี้นำหลายแบบ สำหรับแต่ละสถานการณ์ เพราะขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพของแต่ละคน จิตของแต่ละคนจะตอบสนองต่อมุมมองหรือถ้อยคำที่ต่างกันได้ต่างกัน

คำชี้นำแบบ Autosuggestion เหล่านี้ช่วยในการแก้ไขข้อบกพร่องด้านบุคลิกภาพ เช่น

  1. ความกลัวการขึ้นเครื่องบิน
  2. ความเครียดก่อนการสัมภาษณ์งาน
  3. ความกลัวการขับรถ
  4. ความกลัวการสอบใบขับขี่
  5. ความรู้สึกด้อยค่าตนเองเมื่อต้องพบเพื่อนในงานเลี้ยงรุ่น
  6. ความกังวลก่อนการสอบ
  7. ขาดความเพียรพยายามเมื่อต้องควบคุมอาหาร
  8. อาการย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive Compulsive Disorder – OCD)
  9. ความกลัวการสัมภาษณ์วีซ่า
  10. ความเขินอายเมื่อต้องพบปะผู้คนใหม่ ๆ
  11. ขาดความมั่นใจในการเริ่มต้นธุรกิจ
  12. ความประหม่าและความขี้อายในเวลาพูดคุยกับผู้หญิง
  13. ความกังวลเมื่อต้องพบอดีตสามี
  14. ความเป็นคนยอมตามผู้อื่นมากเกินไป

8. สรุป

เรามักจะยึดติดกับลักษณะนิสัย เช่น ความกลัว, ความไม่มั่นใจ ฯลฯ โดยคิดว่านั่นคือส่วนหนึ่งของตัวเราที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ทำให้รู้สึกว่าตนเองไม่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้นได้เลย อย่างไรก็ตาม เทคนิค A3 Autosuggestion สามารถช่วยให้เราค่อย ๆ ก้าวข้ามลักษณะนิสัยเหล่านั้นได้ ปัญหาหนักใจที่ฝังรากลึกมานานและคอยฉุดรั้งชีวิต สามารถค่อย ๆ คลี่คลายได้ด้วยการให้คำชี้นำ (Autosuggestion) แบบนี้อย่างสม่ำเสมอ