
เนื้อหา
1. ความสามารถ vs ความไม่สามารถในการรับมือกับความเครียด
ในส่วนนี้ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเราจัดการกับความเครียดอย่างไร เราได้แสดงภาพประกอบไว้สองภาพ ในภาพด้านล่าง เราเห็นชายคนหนึ่งกำลังแบกของหนักจำนวน 4 ชิ้นใหญ่

ของหนักแต่ละชิ้นที่ชายคนนั้นแบกอยู่ เปรียบกับปัญหาต่าง ๆในชีวิตดังนี้ :
- ลูกสาวไม่ตั้งใจเรียน
- มีปากเสียงกับคู่สมรส
- ลูกชายป่วย
- ปัญหาด้านการเงิน
จิตใต้สำนึกของมนุษย์สามารถรองรับความกังวลได้เพียงในระดับหนึ่งเท่านั้น ขึ้นอยู่กับ จำนวน, ความรุนแรง, และระยะเวลาของปัญหาที่ต้องเผชิญ ดังที่แสดงในภาพตัวอย่าง 1A ชายคนนี้ยังสามารถรักษาท่าทีและความสงบของตนเองได้ แม้จะมีปัญหาหลายด้านในชีวิตที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

- ลูกสาวไม่ตั้งใจเรียน
- มีปากเสียงกับคู่สมรส
- ลูกชายป่วย
- ปัญหาด้านการเงิน
- ฟางเส้นสุดท้ายที่หักหลังอูฐ – ไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง / ทำมือถือหาย
ดังที่แสดงในภาพที่สอง (1B) เมื่อความกังวลสะสมมากเกินกว่าที่จะรับได้ เนื่องจากมีปัญหาเพิ่มเติมเข้ามา เช่น ไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง อาการทางคลินิกของความเครียดก็จะเริ่มปรากฏชัดเจน ในกรณีนี้ “การไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง” กลายเป็นเหมือน “ฟางเส้นสุดท้ายที่หักหลังอูฐ” ซึ่งผลักให้คน ๆ หนึ่งเข้าสู่ภาวะทางจิตใจด้านลบ เช่น โรคซึมเศร้า สิ่งที่เป็น ฟางเส้นสุดท้าย อาจแตกต่างกันไปตามบุคลิกภาพของแต่ละคน บางคนอาจเป็นเรื่องใหญ่ เช่น การไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง ขณะที่บางคนอาจเป็นเรื่องเล็ก เช่น ทำมือถือหาย แต่ทั้งสองอย่างล้วนสามารถทำให้ถึงจุดพลิกผัน และผลักให้เข้าสู่ภาวะซึมเศร้าได้ทั้งสิ้น สำหรับคนนอกอาจมองว่าปฏิกิริยาของบุคคลนั้นเกินกว่าเหตุ เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่เห็นก็คือปัญหามากมายที่ถูกสะสมและทับถมอยู่ก่อนหน้า ซึ่งเมื่อถึง “ฟางเส้นสุดท้าย” ก็กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้คน ๆ นั้นหลุดพ้นจากการควบคุมและตกสู่ภาวะซึมเศร้าในที่สุด
ความไม่สามารถของบุคคลในการรับมือกับความเครียดและความกดดัน นำไปสู่ความทุกข์ใจ
2. อะไรคือปัจจัยที่ส่งผลต่อความสามารถในการรับมือกับความเครียดในชีวิต?
ความสามารถของคนเราที่จะเผชิญกับความกังวลขึ้นอยู่กับพลังงานที่มีอยู่เพื่อรับมือกั ความเครียดนั้น หากบุคคลมีข้อบกพร่องด้านบุคลิกภาพ (personality defects) และมีเรื่องที่ยังค้างคาใจ (unfinished business) พลังงานทางจิตใจก็จะเหลือน้อยลง

- ข้อบกพร่องด้านบุคลิกภาพ (Personality defects) ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ได้แก่ ลักษณะนิสัยเช่น ความโกรธ, ความกลัว, ความเกียจคร้าน, การตัดสินใจไม่เด็ดขาด, การโกหก, และความคิดในแง่ร้าย คุณลักษณะเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ และจะคอยวนเวียนอยู่ในความคิดระหว่างวัน ทำให้เราสูญเสียพลังงานทางจิตใจไปโดยเปล่าประโยชน์
- เรื่องที่ยังค้างคาใจ (Unfinished business) หมายถึง เหตุการณ์ในอดีตที่ไม่น่าพึงพอใจ ซึ่งยังคงฝังความกลัวและก่อให้เกิดความกังวล เช่น นักเรียนคนหนึ่งสอบตก จนทำให้เกิดความเครียดและซึมเศร้ารุนแรง เขายังคงจำได้ว่าตัวเองทุกข์ทรมานแค่ไหน และหวาดกลัวว่าหากสอบตกอีกครั้ง เขาอาจจะต้องทนทุกข์เหมือนเดิมอีก ผลก็คือจิตใจยังคงแบกภาระของเรื่องที่ค้างคาเอาไว้ เรื่องที่ค้างคายังมีผลในการปรับสภาพจิตใจให้ตอบสนองต่อความเครียดในแบบเดิม ๆ ตัวอย่างเช่น การสอบตกที่เคยนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า อาจทำให้คน ๆ นั้นเผชิญกับความล้มเหลวในด้านอื่น ๆ ด้วยการตอบสนองแบบเดิม คือซึมเศร้า หรืออาจหันไปพึ่งพาสิ่งเสพติด นอกจากนี้ การมีรายการสิ่งที่ต้องทำยาวเหยียด ก็สามารถสร้างความกดดัน และเพิ่มภาระในใจที่ยังไม่เสร็จสิ้นได้เช่นกัน
ดังนั้น เมื่อบุคคลมีทั้งข้อบกพร่องด้านบุคลิกภาพ และเรื่องที่ยังค้างคาใจจำนวนมาก พลังงานทางจิตใจจะถูกใช้ไปในการต่อต้านความกังวลที่เกิดจากสองสิ่งนี้ ส่งผลให้ในแต่ละคน พลังงานเหลือไม่เท่ากันในการเผชิญกับความเครียดในระดับเดียวกัน ดังนั้น ความไม่สามารถในการรับมือกับความเครียดในชีวิต และสาเหตุของความทุกข์ใจของคนเรานั้น ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากคุณลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ขั้นพื้นฐานในบุคลิกภาพของเขาเอง และความกังวลที่เกิดจากเหตุการณ์ในอดีตหรือเรื่องที่ยังค้างคาใจ
3. บุคลิกภาพในฐานะสาเหตุของความเครียด
อีกประเด็นสำคัญที่ควรตระหนักคือ สถานการณ์ใด ๆ โดยตัวมันเอง ไม่ได้เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียด แต่ขึ้นอยู่กับว่าเรามองมันอย่างไร วิธีที่บุคคลมองสถานการณ์หนึ่ง ๆ ขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพของเขา เช่น งานเลี้ยงปาร์ตี้ สำหรับคนส่วนใหญ่ นับเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน แต่สำหรับคนที่มีบุคลิกเก็บตัว งานปาร์ตี้กลับกลายเป็นเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความเครียด ตารางด้านล่าง แสดงตัวอย่างบางส่วนว่าคุณลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ในบุคลิกภาพ สามารถทำให้สถานการณ์ธรรมดา ๆ กลายเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดได้อย่างไร
| ข้อบกพร่องด้านบุคลิกภาพที่ไม่พึงประสงค์ | สถานการณ์ที่กลายเป็นแหล่งความเครียด |
|---|---|
| 1. ขาดความมั่นใจในตนเอง | การไปสัมภาษณ์งาน หรือการเผชิญกับงานที่ท้าทาย |
| 2. ความผูกพันทางอารมณ์มากเกินไป (Sentimentality) | การทำแหวนที่คุณยายมอบให้หาย |
| 3. ความเขินอาย (Shyness) | การพูดคุยกับเพศตรงข้าม |
| 4. อารมณ์รุนแรง/ความคาดหวังสูง (Emotionalism/Expectation) | การมีปัญหากับสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิท |
ใจความสำคัญก็คือ คนที่มีข้อบกพร่องด้านบุคลิกภาพน้อย และมีอีโก้น้อย จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดระดับสูงได้ดีกว่า ในทางตรงกันข้าม คนที่มีข้อบกพร่องด้านบุคลิกภาพมาก มักจะแตกสลายได้ง่ายกว่า เมื่อเผชิญกับความเครียดในทุกรูปแบบ