วิธีการให้ออโตซักเจสชัน

วิธีการให้ออโตซักเจสชัน

เนื้อหา

1. บทนำสู่การให้ออโตซักเจสชัน

ในหัวข้อว่าด้วยการขจัดข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพ (Personality Defect Removal: PDR) ของเรา เราได้อธิบายไว้แล้วว่า การให้ออโตซักเจสชันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างลึกซึ้งต่อบุคลิกภาพของบุคคลได้  เราได้เสนอออโตซักเจสชันจำนวน 7 ประเภท ซึ่งถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับบุคลิกภาพของแต่ละคน และสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียด ได้แก่ A1, A2, A3, B1, B2, C1 และ C2

ดังนั้น เมื่อบุคคลได้ระบุและเลือกข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพ (หรือจุดอ่อน) ที่ตนต้องการแก้ไขและพัฒนาแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือ การฝึกจิตใจของตนให้แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม โดยการให้ออโตซักเจสชันแก่จิตใต้สำนึกของตนเอง

ในบทความนี้ เรานำเสนอ 2 วิธีในการดำเนินขั้นตอนสำคัญของกระบวนการ PDR นี้ นั่นคือ วิธีการให้ออโตซักเจสชัน เพื่อให้คุณสามารถได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทคนิคนี้ และนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เมื่อมีการให้ออโตซักเจสชันอย่างสม่ำเสมอ ความรุนแรงของข้อบกพร่องต่าง ๆ จะค่อย ๆ ลดลง และบุคคลจะประสบกับความสุขและความมั่นคงภายในมากยิ่งขึ้น

2. วิธีการให้ออโตซักเจสชัน (Autosuggestion : AS)

2.1 วิธีที่ 1 – การใช้การสวดมนต์และการภาวนา เพื่อเข้าสู่สภาวะผ่อนคลาย

การให้ออโตซักเจสชัน วิธีที่ 1

ขั้นตอน คำอธิบายการปฏิบัติ ระยะเวลา (นาที : วินาที)
1 กล่าวคำอธิษฐาน :  “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า โปรดให้คำแนะนำจิตใต้สำนึกนี้เข้าถึงจิตใต้สำนึกของข้าพเจ้า โปรดขจัดอุปสรรคทั้งปวงที่เกี่ยวข้องกับออโตซักเจสชันนี้ และโปรดให้ข้าพเจ้าซึมซับคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ผ่านการให้ออโตซักเจสชันนี้” 0:30
2 สวด/ภาวนาพระนามของพระผู้เป็นเจ้า1 2:00
3A ให้ AS สำหรับข้อบกพร่องที่เลือกเป็นข้อแรก (ทวนซ้ำ 5 ครั้ง) 1:30
3B ให้ AS สำหรับข้อบกพร่องที่ 2 (ทวนซ้ำ 5 ครั้ง) 1:30
4 แสดงความสำนึกในพระคุณ :  “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าขอแสดงความสำนึกในพระคุณอย่างลึกซึ้ง ที่พระองค์ทรงโปรดให้ AS นี้สำเร็จผ่านข้าพเจ้า โปรดประทานความเพียรให้ข้าพเจ้าสามารถให้ AS นี้ได้อย่างสม่ำเสมอในทุกวัน” 1:00
รวมระยะเวลาทั้งหมดในการให้ AS 6:30

หมายเหตุ 1 : คุณสามารถสวดพระนามของพระผู้เป็นเจ้าตามศาสนาที่คุณนับถือมาแต่กำเนิดได้ โปรดดูหัวข้อ “เริ่มต้นการเดินทางทางจิตวิญญาณ” เพื่อเรียนรู้ว่าควรสวดพระนามใด

ขั้นตอนที่ 1 : เริ่มให้ AS ด้วยคำอธิษฐานอย่างเรียบง่าย :  การกล่าวคำอธิษฐานตามที่ระบุไว้ข้างต้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า เพื่อให้การให้ AS เป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดผลอย่างแท้จริง

ขั้นตอนที่ 2 : การสวดพระนามของพระผู้เป็นเจ้า :  แนะนำให้สวดพระนามของพระผู้เป็นเจ้าเป็นเวลา 2 นาที การสวดช่วยให้จิตใจเข้าสู่สภาวะแห่งสมาธิ โดยปกติแล้วจิตใจมักถูกท่วมท้นด้วยความคิดหลากหลาย จึงยังไม่อยู่ในสภาวะที่เปิดรับและซึมซับออโตซักเจสชัน ได้อย่างเต็มที่ การสวดพระนามของพระผู้เป็นเจ้าจะช่วยดึงดูดและก่อให้เกิดพลังงานศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อจิตใจ เมื่อมีการสวด กระแสการกระตุ้นจากจิตใต้สำนึกที่ส่งขึ้นสู่จิตสำนึกจะลดลง และสมาธิจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้จิตใจพร้อมเปิดรับออโตซักเจสชัน

ขั้นตอนที่ 3 : อ่านออโตซักเจสชันข้อแรกซ้ำ 5 ครั้ง :  ในระยะเริ่มต้น แนะนำให้เลือกข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพไม่เกินสองข้อเพื่อพัฒนาในช่วงเวลาเดียวกัน     ตัวอย่างเช่น อาจเลือกทำงานกับข้อบกพร่อง 2 ประการ เช่น ความอิจฉา และความหลงลืม จากนั้นจึงสร้างออโตซักเจสชันหนึ่งประโยคสำหรับข้อบกพร่องแต่ละข้อ ในขั้นตอนนี้ สามารถทวน ออโตซักเจสชันแต่ละประโยคซ้ำ 5 ครั้ง โดยเริ่มจากข้อแรก คือความอิจฉา แล้วจึงตามด้วยข้อที่สอง คือความหลงลืม

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ เทคนิคออโตซักเจสชันประเภทอื่นทั้งหมด (A1, B1, B2, C1 และ C2) ยกเว้นออโตซักเจสชันประเภท A3 ควรอ่านซ้ำจำนวน 5 ครั้ง   สำหรับออโตซักเจสชันประเภท A3   เนื่องจากมีความยาวมาก จึงจำเป็นต้องอ่านเพียง 1 ครั้งเท่านั้น

ข้อมูลเกี่ยวกับออโตซักเจสชันประเภทต่าง ๆ ได้อธิบายไว้ที่นี่

ขั้นตอนที่ 4 : การแสดงความสำนึกในพระคุณ :  การปฏิบัติจะสิ้นสุดลงด้วยคำอธิษฐานขอบพระคุณพระผู้เป็นเจ้าอย่างเรียบง่าย สำหรับการที่ออโตซักเจสชันได้สำเร็จผ่านตัวเรา

2.2 วิธีที่ 2 – การเข้าสู่สภาวะทรานซ์เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย

การให้ออโตซักเจสชัน วิธีที่ 2

ในกระบวนการ PDR ยังสามารถให้คำแนะนำแก่จิตใต้สำนึกได้ในขณะที่อยู่ในภาวะทรานซ์ โดยคำว่าทรานซ์ ในที่นี้หมายถึงสภาวะของความผ่อนคลายทั้งทางกายและจิตใจ เมื่ออยู่ในสภาวะนี้ กำแพงกั้นระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกจะเปิดออก ทำให้คำแนะนำสามารถส่งผลเชิงบวกต่อจิตใต้สำนึกได้   เราได้อธิบายเทคนิคการเข้าสู่ภาวะทรานซ์เพื่อให้เกิดสภาวะผ่อนคลายไว้แล้วในภาคผนวกของบทความนี้   สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ สำหรับกระบวนการนี้ ระดับความผ่อนคลายมีความสำคัญเพียงประมาณ 5–10% เท่านั้น ในขณะที่ตัวการบำบัดเอง (กล่าวคือ การให้คำแนะนำ) มีความสำคัญถึง 90–95%   ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับความลึกของการผ่อนคลาย

การฝึกออโตซักเจสชันแต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 6–7 นาที โดยการแบ่งช่วงเวลามีดังต่อไปนี้ :

ขั้นตอน ขั้นตอนในการทำออโตซักเจสชัน ระยะเวลา (นาที : วินาที)
1 เข้าสู่ภาวะทรานซ์ (ดูภาคผนวก) 0:30
2 คิดถึงความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น (เมื่อมันเกิดขึ้น) 0:15
3A คำแนะนำเชิงบำบัด โดยอิงจากเทคนิคใดก็ได้ 2 เทคนิค จากต่อไปนี้: A1, A2, B1 และ B2 (คำแนะนำแต่ละข้อให้ทำซ้ำ 5 ครั้ง) 1:30
3B คำแนะนำเชิงบำบัด โดยอิงจากเทคนิค A3 3:30
4 ออกจากภาวะทรานซ์ (ดูภาคผนวก) 0:15
ระยะเวลารวมในการทำ AS 6:00

โปรดทราบ :

  1. อาจเลือกอาการแสดงของข้อบกพร่องในบุคลิกภาพของตนเองจำนวน 2 หรือ 3 ประการ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เทคนิค A1, A2, B1 หรือ B2 รวมไว้ในหนึ่งรอบการฝึกได้ โดยต้องกล่าวคำแนะนำแต่ละข้อซ้ำ 5 ครั้ง
  2. เนื่องจากการให้ออโตซักเจสชันแบบ A3 ใช้เวลานานกว่า (ประมาณ 3–4 นาที) ดังนั้น ในหนึ่งรอบการฝึกควรเลือกใช้ A3 เพียงหนึ่งข้อเท่านั้น และแตกต่างจากออโตซักเจสชัน แบบอื่น ๆ ซึ่งต้องกล่าวซ้ำ 5 ครั้ง โดย A3 ให้กล่าวเพียงครั้งเดียวต่อหนึ่งรอบการฝึก
  3. สามารถทำการฝึกได้อย่างน้อย 3–5 รอบต่อวัน ได้แก่ ช่วงเช้ามืด, เช้า, บ่าย, เย็น และก่อนนอน ยิ่งทำการฝึกบ่อยเท่าใด ผลลัพธ์หรือการฟื้นฟูก็จะเกิดขึ้นได้รวดเร็วมากขึ้น
  4. คำแนะนำสามารถให้กับเด็กได้เช่นกัน ในช่วง 4–5 นาทีแรกของการหลับ เนื่องจากสภาวะดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับภาวะทรานซ์แบบสะกดจิต

3. ความถี่ของการทำออโตซักเจสชันในหนึ่งวัน

  • ขั้นตอนที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นในหัวข้อที่ 3 ถือเป็น หนึ่งรอบของการฝึกออโตซักเจสชัน
  • การฝึกออโตซักเจสชันหนึ่งรอบจะใช้เวลาประมาณ 5–7 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่ามีการเลือกข้อบกพร่องในบุคลิกภาพจำนวน 1 หรือ 2 ประการ
  • สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นกระบวนการการขจัดข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพ  แนะนำให้ทำการฝึกประมาณ 3–5 รอบต่อวัน และเพื่อความสะดวก รวมถึงเพื่อไม่ให้ลืมทำการฝึก สามารถกำหนดให้ทำหลังจากรับประทานอาหารในแต่ละมื้อได้
  • สำหรับผู้แสวงหาที่ได้ฝึกกระบวนการ PDR มาแล้วเป็นระยะเวลากว่า 1–2 ปี สามารถเพิ่มจำนวนรอบการฝึกเป็น วันละ 8–10 รอบ ได้
  • ยิ่งมีจำนวนรอบการฝึกมากเท่าใด ประสิทธิผลในการเอาชนะข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพก็จะยิ่งสูงขึ้น
  • อีกประเด็นสำคัญที่ควรจดจำคือ ในช่วงเริ่มต้นของการฝึก ควรเว้นระยะห่างระหว่างการทำออโตซักเจสชันแต่ละครั้งอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้จิตใจอิ่มตัวเกินไป และเพื่อให้จิตสามารถรับและซึมซับคำแนะนำที่ให้ได้อย่างเหมาะสม   อย่างไรก็ตาม หากวางแผนจะทำออโตซักเจสชันวันละ 8–10 รอบ สามารถลดระยะห่างระหว่างรอบลงเหลือ 1 ชั่วโมง ได้
  • การฝึกออโตซักเจสชันหลาย ๆ รอบต่อวัน โดยแต่ละรอบใช้เวลาเพียง 5–7 นาที สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญในบุคลิกภาพของเราได้ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาความเครียดและความทุกข์ใจของจิตใจอีกด้วย

4. ข้อควรจำเมื่อให้ออโตซักเจสชัน

  1. ควรให้ออโตซักเจสชันด้วย ภาษาแม่ หรือภาษาที่ตนถนัดที่สุด เนื่องจากจะช่วยเพิ่มความสามารถของจิตใจในการเปิดรับและยอมรับคำแนะนำได้ดียิ่งขึ้น
  2. ก่อนเริ่มฝึกออโตซักเจสชันอย่างจริงจัง ควรให้ผู้อื่นช่วยตรวจทานถ้อยคำของออโตซักเจสชันเสียก่อน   กิจกรรม SSRF satsang มีบริการช่วยเหลือโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในการแนะนำทุกขั้นตอนของกระบวนการ PDR รวมถึงการช่วยจัดกรอบและเรียบเรียงออโตซักเจสชันให้เหมาะสม ทั้งนี้ก็เพราะว่า เมื่อเป็นเรื่องของจิตใจของตนเอง บางครั้งเราอาจไม่สามารถคงความเป็นกลางได้อย่างแท้จริง

5. ระยะเวลาที่ควรใช้ออโตซักเจสชัน 1 ชุด

  • ออโตซักเจสชันหนึ่งชุดสามารถจัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพ 1–2 ประการ (ตัวอย่างเช่น หากกำลังทำงานกับความอิจฉาและความหลงลืม ก็สามารถจัดทำออโตซักเจสชันชุดหนึ่ง ซึ่งมีคำแนะนำสำหรับแต่ละข้อบกพร่อง)  ออโตซักเจสชันที่ใช้เพื่อรับมือกับข้อบกพร่องทั้งสองประการนั้น สามารถฝึกต่อเนื่องได้เป็นระยะเวลา 1–1.5 เดือน
  • เมื่อเริ่มใช้ออโตซักเจสชันชุดใดชุดหนึ่ง ควรประเมินตนเองหลังจากฝึกไปแล้ว 1–2 รอบ ว่ารู้สึกอย่างไร และว่าจิตใจสามารถเปิดรับมุมมองตามออโตซักเจสชันแต่ละข้อได้หรือไม่
    • หากจิตใจเปิดรับได้ดี ก็สามารถใช้ออโตซักเจสชันชุดเดิมต่อไปได้เป็นเวลา 1–1.5 เดือน
    • แต่หากจิตใจยังไม่เปิดรับ อาจขอความช่วยเหลือในการปรับมุมมอง หรือเปลี่ยนถ้อยคำบางส่วน เพื่อช่วยให้จิตใจยอมรับได้ง่ายขึ้น
  • หากหลังจากผ่านไปประมาณ 15–20 วัน จิตใจเริ่มรู้สึกอิ่มตัวหรือไม่ตอบสนองต่อ ออโตซักเจสชันชุดเดิม ก็สามารถจัดทำออโตซักเจสชันชุดใหม่ สำหรับข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพเดิม โดยเลือกเหตุการณ์หรือบริบทอื่น ๆ มาใช้แทน

6. การผสานออโตซักเจสชันด้านความก้าวหน้า และออโตซักเจสชัน ฉุกเฉิน ในหนึ่งรอบการฝึก

6.1 ออโตซักเจสชันด้านความก้าวหน้า

เมื่อเริ่มฝึกกระบวนการ PDR และทำออโตซักเจสชันอย่างต่อเนื่อง จะสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในบุคลิกภาพของตนเองได้ ข้อบกพร่องที่กำลังทำงานอยู่จะค่อย ๆ ลดลง นอกจากนี้ เมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น คนรอบข้างอาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดขึ้นในตัวเราเช่นกัน   การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกทั้งหมดเหล่านี้ สามารถนำมารวมไว้ในออโตซักเจสชันประเภทหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า Progress Autosuggestion (ออโตซักเจสชันด้านความก้าวหน้า)  ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออโตซักเจสชันด้านความก้าวหน้า สามารถอ่านได้ที่ – ออโตซักเจสชันด้านความก้าวหน้า – กำลังจะเผยแพร่

ลำดับการใช้ภายในหนึ่งรอบการฝึก :  ในหนึ่งรอบการฝึก ควรกล่าวออโตซักเจสชันด้านความก้าวหน้าหลังการอธิษฐานและการสวดภาวนา และก่อนออโตซักเจสชันประเภทอื่น ๆ
ออโตซักเจสชันด้านความก้าวหน้า กล่าวเพียงครั้งเดียวต่อหนึ่งรอบการฝึก จากนั้นจึงดำเนินต่อด้วยออโตซักเจสชันอื่น ๆ ซึ่งต้องกล่าวซ้ำ ข้อละ 5 ครั้ง

6.2 ออโตซักเจสชันฉุกเฉิน

Emergency Autosuggestions (ออโตซักเจสชันฉุกเฉิน) ใช้ในสถานการณ์เร่งด่วน เพื่อช่วยรับมือกับปฏิกิริยาทางจิตใจที่เกิดขึ้นต่อสถานการณ์หรือเหตุการณ์นั้น ๆ ใช้เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนในการคลี่คลายความปั่นป่วนทางอารมณ์ ฟื้นคืนความสงบของจิตใจ หรือใช้เพื่อเตรียมจิตใจให้พร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ

ออโตซักเจสชันฉุกเฉิน ประเภทที่ใช้เพื่อการเตรียมความพร้อม สามารถนำมาใช้เป็นหนึ่งใน ออโตซักเจสชันปกติภายในชุดออโตซักเจสชันที่กำลังใช้อยู่ได้ โดยลำดับขั้นตอนของหนึ่งรอบการฝึกจะเป็นดังนี้ :

  1. การอธิษฐาน
  2. การสวดภาวนา
  3. การกล่าวออโตซักเจสชันซ้ำ
    1. ออโตซักเจสชันด้านความก้าวหน้า (กล่าวเพียงครั้งเดียว)
    2. ออโตซักเจสชันฉุกเฉิน (กล่าว 5 ครั้ง)
    3. ออโตซักเจสชันปกติ สำหรับข้อบกพร่องประการที่ 1 (กล่าว 5 ครั้ง)
    4. ออโตซักเจสชันปกติ สำหรับข้อบกพร่องประการที่ 2 (กล่าว 5 ครั้ง)
  4. การอธิษฐานแสดงความขอบคุณ

ออโตซักเจสชันฉุกเฉินประเภทอื่น ๆ จะใช้ในสถานการณ์จริง เมื่อคุณเกิดความปั่นป่วนทางอารมณ์ หรือกำลังเผชิญเหตุฉุกเฉินที่ใกล้เข้ามา

ในกรณีเช่นนี้ คุณควรหยุดการทำออโตซักเจสชันอื่น ๆ ชั่วคราว เพื่อมุ่งทำออโตซักเจสชันฉุกเฉินโดยเฉพาะ โดยให้อ่านออโตซักเจสชันฉุกเฉิน 3–5 ครั้ง ภายในหนึ่งรอบการฝึก   ให้ทำออโตซักเจสชันฉุกเฉินบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงอาจทำได้ทุก ๆ 30 นาที จนกว่าสถานการณ์ฉุกเฉินจะคลี่คลายลง จากนั้นจึงสามารถกลับไปทำออโตซักเจสชันชุดเดิมที่เคยทำอยู่ก่อนหน้าได้

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออโตซักเจสชันฉุกเฉิน สามารถอ่านได้ที่ – ออโตซักเจสชันฉุกเฉิน

7. บทสรุป

การให้ออโตซักเจสชันแก่จิตใจอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความรุนแรงของร่องรอยประทับที่เกิดจากข้อบกพร่องทางบุคลิกภาพ   จิตใจจะค่อย ๆ เปิดรับและซึมซับคำแนะนำเชิงบวกที่ได้รับ แทนที่จะถูกชักนำหรือครอบงำโดยแรงกระตุ้นจากข้อบกพร่องเหล่านั้น   ออโตซักเจสชันเป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังอย่างยิ่งในการปลูกฝังคุณลักษณะเชิงบวกของบุคลิกภาพ ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคุณเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อชีวิตของผู้คนรอบตัวที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วยเช่นกัน

8. ภาคผนวก (Appendix)

ในส่วนนี้จะกล่าวถึงการเข้าสู่ภาวะทรานซ์ 2 รูปแบบ ได้แก่ Autohypnosis และ Heterohypnosis

8.1 ภาคผนวก 1 – แบบฝึกหัด Autohypnosis

Autohypnosis :  ภาวะสะกดจิตที่เกิดจากการชักนำตนเอง หรือที่เรียกว่าการสะกดจิตด้วยตนเอง

แบบฝึกหัดที่ 1 : การผ่อนคลายทางกายและจิตใจ – ภาวะทรานซ์ระดับเบา

เทคนิคการผ่อนคลายแบบค่อยเป็นค่อยไป การชักนำเข้าสู่ภาวะทรานซ์ :  “ข้าพเจ้ากำลังมองไปที่จุด และคิดถึงความคิดของตนเอง   ขณะที่ยังคงมองและคิดต่อไป ร่างกายทั้งมวลของข้าพเจ้าจะค่อย ๆ ผ่อนคลาย   และเมื่อร่างกายผ่อนคลาย จิตใจก็จะผ่อนคลายตามไปด้วย นี่คือความรู้สึกที่น่ารื่นรมย์”

หายใจเข้าอย่างช้า ๆ ……… กลั้นลมหายใจ ……… หายใจออกอย่างช้า ๆ (ทำซ้ำทั้งหมด 3 ครั้ง)

ขณะที่มองไปที่จุดนั้น ข้าพเจ้ากำลังจดจ่ออยู่กับความรู้สึกที่เท้าของตน   เท้าของข้าพเจ้ากำลังผ่อนคลาย   ความรู้สึกผ่อนคลายนั้นค่อย ๆ แผ่ขึ้นด้านบน

ข้อเท้าของข้าพเจ้ากำลังผ่อนคลาย
หัวเข่าของข้าพเจ้ากำลังผ่อนคลาย
ต้นขาของข้าพเจ้ากำลังผ่อนคลาย
ความผ่อนคลายกำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของข้าพเจ้า
ช่องท้องของข้าพเจ้ากำลังผ่อนคลาย
หลังของข้าพเจ้ากำลังผ่อนคลาย
หน้าอกของข้าพเจ้ากำลังผ่อนคลาย
แขนของข้าพเจ้าตั้งแต่หัวไหล่จนถึงปลายนิ้วกำลังผ่อนคลาย
ลำคอของข้าพเจ้ากำลังผ่อนคลาย
ศีรษะของข้าพเจ้ากำลังผ่อนคลาย
ดวงตาของข้าพเจ้ากำลังรู้สึกอ่อนล้า   บัดนี้ ข้าพเจ้าจะนับ 1, 2 และ 3  เมื่อถึงเลข 3 ข้าพเจ้าจะหลับตาและผ่อนคลาย   ข้าพเจ้าจะสามารถให้คำแนะนำแก่ตนเองได้ และจะสามารถตื่นจากภาวะนี้ได้ตามความประสงค์  1……2……3 (หลับตา)
คำแนะนำเพื่อการบำบัด :  ขึ้นอยู่กับปัญหาหรือเป้าหมายที่ต้องการแก้ไข

การออกจากภาวะทรานซ์ :  “บัดนี้ ข้าพเจ้าจะนับ 1, 2 และ 3  เมื่อถึงเลข 3 ข้าพเจ้าจะลืมตา   ข้าพเจ้าจะอยู่ในอารมณ์ที่สดใสและผ่อนคลาย (หากท่านกำลังรู้สึกวิตกกังวลหรือซึมเศร้าอย่างมาก  ให้เปลี่ยนประโยค ‘ข้าพเจ้าจะอยู่ในอารมณ์ที่สดใสและผ่อนคลาย’
เป็น ‘ข้าพเจ้าจะรู้สึกวิตกกังวลหรือซึมเศร้าน้อยลง’)  ข้าพเจ้าจะจดจำทุกสิ่งได้
และจะสามารถนำคำแนะนำไปปฏิบัติได้   ในครั้งถัดไป ข้าพเจ้าจะสามารถเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายที่ลึกและมากยิ่งขึ้นได้  1……2……3 (ลืมตา)”

แบบฝึกหัดที่ 2 : ภาวะทรานซ์ลึก

เทคนิคการนับแบบมีเงื่อนไข   ผู้ฝึกควรนั่งในท่าที่สบาย มองไปที่จุดบนผนัง และคิดถึงประโยคต่อไปนี้ :

การชักนำและทำให้ภาวะทรานซ์ลึกขึ้น :  “บัดนี้ ข้าพเจ้าจะนับจาก 1 ถึง 10  เมื่อถึงเลข 3 ข้าพเจ้าจะหลับตาและผ่อนคลาย   เมื่อจำนวนนับเพิ่มขึ้นในแต่ละลำดับ ข้าพเจ้าจะผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อย ๆ  เมื่อถึงเลข 10 ข้าพเจ้าจะสามารถเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายที่ลึกที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และจะสามารถจดจ่อกับสิ่งที่กำลังคิดได้อย่างเต็มที่  1……2……3 (หลับตา)……4……5……6……7……8……9……10”

คำแนะนำเพื่อการบำบัด :  เช่นเดียวกับในแบบฝึกหัดที่ 1

การออกจากภาวะทรานซ์ :  เช่นเดียวกับในแบบฝึกหัดที่ 1

ข้อดีของเทคนิคการนับแบบมีเงื่อนไข 

  1. ผู้ฝึกสามารถทำการฝึกได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบนรถโดยสาร, รถไฟ หรือในสำนักงาน เนื่องจากไม่มีการเคลื่อนไหวที่ดูแปลกตา เช่น การกำมือแน่น หรือการหมุนแขน ดังนั้น จำนวนรอบการฝึกที่สามารถทำได้ในหนึ่งวันจึงเพิ่มขึ้นได้ และยิ่งทำการฝึกบ่อยเท่าใด ก็ยิ่งบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้นเท่านั้น
  2. เมื่อใช้แบบฝึกหัดที่ 1  จะใช้เวลาประมาณ 3 นาที ในการเข้าสู่ภาวะทรานซ์    ในทางตรงกันข้าม เทคนิคนี้ใช้เวลาเพียงประมาณ 20 วินาที ในการชักนำเข้าสู่ภาวะทรานซ์ การลดเวลาการชักนำนี้ช่วยได้ในสองประการ
    1. ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เมื่อเกิดความตึงเครียดก่อนการสอบหรือการสัมภาษณ์ การนับจาก 1 ถึง 10 เพื่อผ่อนคลาย จะทำได้ง่ายและสะดวกกว่าการทำแบบฝึกหัดที่ 1
    2. โดยทั่วไป ระยะเวลาของการฝึกบำบัดหนึ่งรอบไม่ควรเกิน 5–6 นาที เนื่องจากหากนานกว่านั้น ผู้ฝึกส่วนใหญ่มักจะเริ่มมีสมาธิจดจ่อกับคำแนะนำได้ยากขึ้น   หากใช้เวลาถึง 3 นาที ไปกับการชักนำและทำให้ภาวะทรานซ์ลึกขึ้น เวลาที่เหลือสำหรับการให้คำแนะนำเพื่อการบำบัดจะเหลือเพียง 2–3 นาที เท่านั้น   ในทางตรงกันข้าม เมื่อผู้ฝึกใช้ เทคนิคการนับแบบมีเงื่อนไข   เขาจะสามารถใช้เวลาแทบทั้งหมดของ 5–6 นาที ไปกับการให้คำแนะนำเพื่อการบำบัดได้อย่างเต็มที่

8.2 ภาคผนวก 2 – แบบฝึกหัด Heterohypnosis

Heterohypnosis :  การสะกดจิตที่ถูกชักนำโดยบุคคลอื่น หรือโดยสื่อที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ เช่น ซีดี, เทป, วิดีโอ หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง กล่าวโดยสรุปแล้ว นี่คือรูปแบบหนึ่งของการสะกดจิตด้วยตนเองแบบมีการนำทาง ซึ่งบุคคลอาจได้รับความช่วยเหลือจากนักจิตวิทยาในการเข้าสู่ภาวะทรานซ์

แบบฝึกหัดที่ 1 : การผ่อนคลายทางกายและจิตใจ – ภาวะทรานซ์ระดับเบา

เทคนิคการผ่อนคลายแบบค่อยเป็นค่อยไป 

การชักนำเข้าสู่ภาวะทรานซ์ :  “คุณกำลังมองไปที่จุดนั้น และกำลังฟังเสียงของข้าพเจ้า
ขณะที่คุณยังคงมองและฟังต่อไป ร่างกายทั้งหมดของคุณจะค่อย ๆ ผ่อนคลาย  และเมื่อร่างกายผ่อนคลาย จิตใจก็จะผ่อนคลายตามไปด้วย  นี่คือความรู้สึกที่น่ารื่นรมย์”

หายใจเข้าอย่างช้า ๆ ……… กลั้นลมหายใจ ……… หายใจออกอย่างช้า ๆ (ทำซ้ำทั้งหมด 3 ครั้ง)

ขณะที่มองไปที่จุดนั้น ให้จดจ่อกับความรู้สึกที่เท้าของคุณ   เท้าของคุณกำลังผ่อนคลาย และความรู้สึกผ่อนคลายนั้นค่อย ๆ แผ่ขึ้นด้านบน
ข้อเท้าของคุณกำลังผ่อนคลาย
หัวเข่าของคุณกำลังผ่อนคลาย
ต้นขาของคุณกำลังผ่อนคลาย
ความผ่อนคลายกำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของคุณ
ช่องท้องของคุณกำลังผ่อนคลาย
หลังของคุณกำลังผ่อนคลาย
หน้าอกของคุณกำลังผ่อนคลาย
แขนของคุณตั้งแต่หัวไหล่จนถึงปลายนิ้วกำลังผ่อนคลาย
ลำคอของคุณกำลังผ่อนคลาย
ศีรษะของคุณกำลังผ่อนคลาย
ดวงตาของคุณกำลังรู้สึกอ่อนล้า   บัดนี้ ข้าพเจ้าจะนับ 1, 2 และ 3  เมื่อถึงเลข 3 คุณจะหลับตาและยังคงฟังเสียงของข้าพเจ้าอยู่  1……2……3 (หลับตา)

คำแนะนำเพื่อการบำบัด :  ขึ้นอยู่กับปัญหาหรือเป้าหมายที่ต้องการแก้ไข

การออกจากภาวะทรานซ์ :  “บัดนี้ ข้าพเจ้าจะนับ 1, 2 และ 3  เมื่อถึงเลข 3 คุณจะลืมตา
คุณจะอยู่ในอารมณ์ที่สดใสและผ่อนคลาย (หากผู้รับการฝึกมีความวิตกกังวลหรือซึมเศร้าอย่างมาก  แทนที่จะกล่าวว่า ‘คุณจะอยู่ในอารมณ์ที่สดใสและผ่อนคลาย’  อาจกล่าวว่า ‘คุณจะรู้สึกวิตกกังวลหรือซึมเศร้าน้อยลง’)  คุณจะจดจำทุกสิ่งได้ และจะสามารถนำคำแนะนำไปปฏิบัติได้   ในการฝึกครั้งถัดไป คุณจะสามารถเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายที่ลึกและมากยิ่งขึ้นได้  1……2……3 (ลืมตา)

แบบฝึกหัดที่ 2 : ภาวะทรานซ์ลึก

เทคนิคการนับแบบมีเงื่อนไข   เพียงขอให้ผู้รับการฝึกนั่งในท่าที่สบาย มองไปที่จุดบนผนัง ขณะที่คุณกล่าวประโยคต่อไปนี้แก่เขา

การชักนำและทำให้ภาวะทรานซ์ลึกขึ้น :  “บัดนี้ ข้าพเจ้าจะนับตัวเลขจาก 1 ถึง 10  เมื่อถึงเลข 3 คุณจะหลับตาและผ่อนคลาย   เมื่อจำนวนนับเพิ่มขึ้นในแต่ละลำดับ คุณจะผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อย ๆ  เมื่อถึงเลข 10 คุณจะสามารถเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายที่ลึกที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และจะสามารถจดจ่อกับสิ่งที่ข้าพเจ้ากำลังกล่าวได้อย่างเต็มที่  1……2……3 (หลับตา)……4……5……6……7……8……9……10”

คำแนะนำเพื่อการบำบัด :  เช่นเดียวกับในแบบฝึกหัดที่ 1