การสวดมนต์ส่งผลต่อจิตใต้สำนึกด้วยวิธีการเบี่ยงเบนได้อย่างไร
การสวดมนต์ทำหน้าที่ทำลายรอยประทับ (impressions) ที่ไม่ถูกต้องในจิตใต้สำนึก วิธีนี้เรียกว่า การเบี่ยงเบน ช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากการสวดมนต์

ถ้าเราดูแผนภาพ เราจะเห็นสิ่งที่กั้นขวางระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก ซึ่งสิ่งที่กั้นขวางนี้มีคุณสมบัติพิเศษบางประการ คือมันไม่ยอมให้จิตสำนึกรับรู้ความลับที่ซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึก แต่แผ่นกั้นนี้ก็มีรูพรุนอยู่ ที่ยอมให้ความคิดจากจิตใต้สำนึกปรากฎขึ้นมาได้ แต่แค่ครั้งละ 1 ความคิดเท่านั้น และ ความคิดที่ออกมาคือความคิดที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้น รอยประทับ (impressions) จากจิตใต้สำนึก จึงส่งผลกระทบต่อจิตสำนึกอย่างรวดเร็วต่อเนื่องกัน และย้อนกลับไปเสริมความแข็งแกร่งในศูนย์กลางที่มันเกิดขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม เมื่อศูนย์กลางแห่งศรัทธาแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการปฏิบัติทางจิตวิญญาณในการสวดมนต์ จึงกลายเป็นความคิดที่แข็งแกร่งที่สุดที่จะพุ่งเข้าสู่จิตสำนึก ทุกครั้งที่พระนามของพระเจ้าพุ่งเข้าสู่จิตสำนึก สิ่งที่กั้นขวางระหว่างจิตสำนึกและจิตใต้สำนึกจะปิดผนึก และไม่อนุญาตให้รอยประทับอื่นๆผ่านเข้ามาได้ ดังนั้น ความคิดใดๆ จากจิตใต้สำนึกจะไม่สามารถก้าวข้ามสิ่งกั้นขวางนั้นได้ แต่จะถูกเบี่ยงเบนไป (deflection) ดังที่เห็นในแผนภาพ
ในกระบวนการนี้ รอยประทับต่างๆในจิต (impressions )และศูนย์กลางอื่นๆ ได้รับความสนใจน้อยมาก เมื่อถูกเพิกเฉยอย่างต่อเนื่อง ศูนย์กลางอื่นๆ จะลดลงจนหมดไปในที่สุด นี่จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการที่ศูนย์กลางแห่งศรัทธา (the devotion centre)ชำระล้างจิตใต้สำนึก