โยคะและปราณายาม – ประโยชน์ทางจิตวิญญาณและความสำคัญ

เพื่อให้เข้าใจบทความนี้ได้ดียิ่งขึ้น ขอแนะนำให้คุณทำความคุ้นเคยกับบทความต่อไปนี้ก่อน:

  • มนุษย์ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
  • สัตวะ, ราชัส และตะมัส – องค์ประกอบพื้นฐานที่ละเอียดสามประการของการสร้าง

1. คลาสโยคะและปราณายามกับการเติบโต ทางจิตวิญญาณ บทนำ

การเข้าคลาสโยคะได้รับความนิยมไปทั่วโลก หลายคลาสสอนการฝึกโยคะ (อาสนะ) และ ปราณายาม (การฝึกหายใจ) ที่พัฒนาขึ้นโดยโยคีโบราณ เพื่อควบคุมพลังชีวิต (ปราณ) ภายในร่างกาย จากมุมมองของการเติบโตทางจิตวิญญาณ เราจึงตัดสินใจสำรวจถึงประโยชน์ทางจิตวิญญาณของการเข้าคลาสโยคะ ที่เน้นอาสนะและการฝึกหายใจ (pranayam) เป็นหลัก.

2. โยคะและปราณายามช่วยชำระล้างร่างกายหยาบและร่างกายพลังชีวิต (vital bodies)

จากการวิจัยทางจิตวิญญาณโดย SSRF (Spiritual Science Research Foundation) พบว่า
แม้การฝึกโยคะและปราณายามจะมีประโยชน์มาก แต่ในแง่ของการเติบโตทางจิตวิญญาณก็มีข้อจำกัดบางประการที่ควรตระหนัก

แผนภูมิต่อไปนี้แสดงให้เห็นถึงค่าเฉลี่ยของประโยชน์ทางจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ต่าง ๆ ของการดำรงอยู่ของเรา หลังจากฝึกโยคะและปราณายาม

การชำระล้าง* ร่างกายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการฝึกโยคะ อาสนะ (Yogic āsanas) และปราณายาม (Prāāyam)

โยคะอาสนะ (Yogasāsanas) ปราณายาม
ร่างกายแต่ละประเภท (ค่าการชำระล้างสูงสุดที่เป็นไปได้) ร่างกายแต่ละประเภท (ค่าการชำระล้างสูงสุดที่เป็นไปได้) จำนวนปีที่ต้องใช้ ร่างกายแต่ละประเภท (ค่าการชำระล้างสูงสุดที่เป็นไปได้) จำนวนปีที่ต้องใช้
จำนวนปีที่ต้องใช้ (20 %) 20 % 10 20 % 6
กายพลังงาน (30 %) 7 % 10 30 % 8
กายจิต(100 %) 5 % 10 10 % 8
กายเหตุ 100%

(Causal body/Intellect)

2 % 10 2 % 8
กายเหนือเหตุ 100%

(Supracausal body/Subtle ego)

1 % 10 1 % 8

จากตารางนี้ คุณจะเห็นถึงประโยชน์ทางจิตวิญญาณที่ได้จากโยคะและปราณายาม โดยทั้งสองวิธีสามารถชำระล้างร่างกายหยาบ และกายพลังงาน (prāṇa-dēha) ตามลำดับ กล่าวคือ เป็นการเพิ่มองค์ประกอบแห่งสตวะ (Sattva) ในร่างกายเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น การฝึกโยคะสามารถชำระล้างร่างกายหยาบได้ถึง 20% โดยผ่านการเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบแห่งสตวะ ซึ่งจะต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 10 ปี

3. การฝึกปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่ละเอียดมากขึ้น เพื่อการเติบโตทางจิตวิญญาณที่รวดเร็วขึ้น

การเพิ่มองค์ประกอบแห่งสตวะในร่างกายที่ละเอียดกว่า เช่น จิตใจ (mind), สติปัญญา (intellect), ตัวตนอันละเอียด (subtle ego) จำเป็นต้องใช้ารฝึกปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่ละเอียดและลึกซึ้งยิ่งกว่า นอกจากนี้ การชำระล้างร่างกายหยาบและกายพลังงานที่บรรลุได้ผ่านโยคะและปราณายามนั้น ยังสามารถบรรลุได้ผ่านเส้นทางอื่น ๆ ของการฝึกฝนจิตวิญญาณเช่นกัน

4. โยคะและปราณายาม ไม่สามารถป้องกันผลแห่งกรรมหรือพรหมลิขิตได้

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การชำระล้างร่างกายไม่ได้มีความสัมพันธ์กับชะตากรรมที่ร่างกายนั้นต้องเผชิญ ยกตัวอย่างเช่น หากบุคคลหนึ่งมีกรรมที่ต้องประสบอุบัติเหตุ หรือเป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้อเสื่อม (degenerative myopathy) แม้เขาจะฝึกโยคะอาสนะมากเพียงใดก็ไม่สามารถป้องกันผลแห่งกรรมนี้ได้ อย่างไรก็ตาม การชำระล้างร่างกายจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทนต่อชะตากรรม กล่าวคือ ทำให้ร่างกายมีความแข็งแกร่ง และสามารถเผชิญเหตุการณ์นั้น ๆ ได้ดีขึ้น

5. ความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณที่จำเป็นต่อการไปสู่สวรรค์หลังความตาย

หนึ่งในจุดมุ่งหมายของการเติบโตทางจิตวิญญาณคือ การไปสู่ภพภูมิที่สูงกว่าหลังความตาย เช่น สวรรค์ (Swarga), มหารโลก (Maharlok), ชนโลก (Janalok), ตโปโลก (Tapolok), สัตยโลก (Satyalok) แม้แต่การไปสู่ภูมิสวรรค์ ซึ่งถือว่าเป็นระดับต่ำที่สุดในกลุ่มภพภูมิฝ่ายบวกที่กล่าวมานั้น ร่างกายแต่ละระดับ (ตามตารางก่อนหน้านี้) จะต้องมีความบริสุทธิ์อย่างน้อย 50% จึงจะสามารถเข้าสู่ภพภูมิเหล่านั้นได้ในโลกหน้า

6. สรุป

  • โยคะและปราณายาม มีประโยชน์อย่างมากในชีวิตทางโลก โดยช่วยให้ร่างกายหยาบและกายพลังงานแข็งแรง เมื่อร่างกายมีสุขภาพดี ก็จะสามารถปฏิบัติธรรมอื่น ๆ ได้ดีขึ้น เช่น การรับใช้ความจริงสูงสุด (satsēvā)
  • หากการฝึกโยคะและปราณายาม เสริมด้วยการปฏิบัติธรรมรูปแบบอื่น ที่สามารถชำระล้างกายจิตและกายอื่น ๆ ที่ละเอียดกว่าได้ ผู้ปฏิบัติจะสามารถเจริญก้าวหน้าทางจิตวิญญาณได้อย่างรวดเร็วภายในชาตินี้ และด้วยเหตุนี้ บุคคลจึงสามารถก้าวหน้าไปสู่จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตได้ นั่นคือการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า.