เพื่อให้เข้าใจบทความนี้ได้ดียิ่งขึ้น ขอแนะนำให้คุณทำความคุ้นเคยกับบทความต่อไปนี้ก่อน:
- มนุษย์ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
- สัตวะ, ราชัส และตะมัส – องค์ประกอบพื้นฐานที่ละเอียดสามประการของการสร้าง
เนื้อหา
- 1. คลาสโยคะและปราณายามกับการเติบโต ทางจิตวิญญาณ – บทนำ
- 2. โยคะและปราณายามช่วยชำระล้างร่างกายหยาบและร่างกายพลังชีวิต (vital bodies)
- 3. การฝึกปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่ละเอียดมากขึ้น เพื่อการเติบโตทางจิตวิญญาณที่รวดเร็วขึ้น
- 4. โยคะและปราณายาม ไม่สามารถป้องกันผลแห่งกรรมหรือพรหมลิขิตได้
- 5. ความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณที่จำเป็นต่อการไปสู่สวรรค์หลังความตาย
- 6. สรุป
1. คลาสโยคะและปราณายามกับการเติบโต ทางจิตวิญญาณ – บทนำ
การเข้าคลาสโยคะได้รับความนิยมไปทั่วโลก หลายคลาสสอนการฝึกโยคะ (อาสนะ) และ ปราณายาม (การฝึกหายใจ) ที่พัฒนาขึ้นโดยโยคีโบราณ เพื่อควบคุมพลังชีวิต (ปราณ) ภายในร่างกาย จากมุมมองของการเติบโตทางจิตวิญญาณ เราจึงตัดสินใจสำรวจถึงประโยชน์ทางจิตวิญญาณของการเข้าคลาสโยคะ ที่เน้นอาสนะและการฝึกหายใจ (pranayam) เป็นหลัก.
2. โยคะและปราณายามช่วยชำระล้างร่างกายหยาบและร่างกายพลังชีวิต (vital bodies)
จากการวิจัยทางจิตวิญญาณโดย SSRF (Spiritual Science Research Foundation) พบว่า
แม้การฝึกโยคะและปราณายามจะมีประโยชน์มาก แต่ในแง่ของการเติบโตทางจิตวิญญาณก็มีข้อจำกัดบางประการที่ควรตระหนัก
แผนภูมิต่อไปนี้แสดงให้เห็นถึงค่าเฉลี่ยของประโยชน์ทางจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ต่าง ๆ ของการดำรงอยู่ของเรา หลังจากฝึกโยคะและปราณายาม
การชำระล้าง* ร่างกายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการฝึกโยคะ อาสนะ (Yogic āsanas) และปราณายาม (Prāṇāyam)
| โยคะอาสนะ (Yogasāsanas) | ปราณายาม | |||
|---|---|---|---|---|
| ร่างกายแต่ละประเภท (ค่าการชำระล้างสูงสุดที่เป็นไปได้) | ร่างกายแต่ละประเภท (ค่าการชำระล้างสูงสุดที่เป็นไปได้) | จำนวนปีที่ต้องใช้ | ร่างกายแต่ละประเภท (ค่าการชำระล้างสูงสุดที่เป็นไปได้) | จำนวนปีที่ต้องใช้ |
| จำนวนปีที่ต้องใช้ (20 %) | 20 % | 10 | 20 % | 6 |
| กายพลังงาน (30 %) | 7 % | 10 | 30 % | 8 |
| กายจิต(100 %) | 5 % | 10 | 10 % | 8 |
| กายเหตุ 100%
(Causal body/Intellect) |
2 % | 10 | 2 % | 8 |
| กายเหนือเหตุ 100%
(Supracausal body/Subtle ego) |
1 % | 10 | 1 % | 8 |
จากตารางนี้ คุณจะเห็นถึงประโยชน์ทางจิตวิญญาณที่ได้จากโยคะและปราณายาม โดยทั้งสองวิธีสามารถชำระล้างร่างกายหยาบ และกายพลังงาน (prāṇa-dēha) ตามลำดับ กล่าวคือ เป็นการเพิ่มองค์ประกอบแห่งสตวะ (Sattva) ในร่างกายเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น การฝึกโยคะสามารถชำระล้างร่างกายหยาบได้ถึง 20% โดยผ่านการเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบแห่งสตวะ ซึ่งจะต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 10 ปี
3. การฝึกปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่ละเอียดมากขึ้น เพื่อการเติบโตทางจิตวิญญาณที่รวดเร็วขึ้น
การเพิ่มองค์ประกอบแห่งสตวะในร่างกายที่ละเอียดกว่า เช่น จิตใจ (mind), สติปัญญา (intellect), ตัวตนอันละเอียด (subtle ego) จำเป็นต้องใช้การฝึกปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่ละเอียดและลึกซึ้งยิ่งกว่า นอกจากนี้ การชำระล้างร่างกายหยาบและกายพลังงานที่บรรลุได้ผ่านโยคะและปราณายามนั้น ยังสามารถบรรลุได้ผ่านเส้นทางอื่น ๆ ของการฝึกฝนจิตวิญญาณเช่นกัน
4. โยคะและปราณายาม ไม่สามารถป้องกันผลแห่งกรรมหรือพรหมลิขิตได้
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การชำระล้างร่างกายไม่ได้มีความสัมพันธ์กับชะตากรรมที่ร่างกายนั้นต้องเผชิญ ยกตัวอย่างเช่น หากบุคคลหนึ่งมีกรรมที่ต้องประสบอุบัติเหตุ หรือเป็นโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ เช่น โรคกล้ามเนื้อเสื่อม (degenerative myopathy) แม้เขาจะฝึกโยคะอาสนะมากเพียงใดก็ไม่สามารถป้องกันผลแห่งกรรมนี้ได้ อย่างไรก็ตาม การชำระล้างร่างกายจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทนต่อชะตากรรม กล่าวคือ ทำให้ร่างกายมีความแข็งแกร่ง และสามารถเผชิญเหตุการณ์นั้น ๆ ได้ดีขึ้น
5. ความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณที่จำเป็นต่อการไปสู่สวรรค์หลังความตาย
หนึ่งในจุดมุ่งหมายของการเติบโตทางจิตวิญญาณคือ การไปสู่ภพภูมิที่สูงกว่าหลังความตาย เช่น สวรรค์ (Swarga), มหารโลก (Maharlok), ชนโลก (Janalok), ตโปโลก (Tapolok), สัตยโลก (Satyalok) แม้แต่การไปสู่ภูมิสวรรค์ ซึ่งถือว่าเป็นระดับต่ำที่สุดในกลุ่มภพภูมิฝ่ายบวกที่กล่าวมานั้น ร่างกายแต่ละระดับ (ตามตารางก่อนหน้านี้) จะต้องมีความบริสุทธิ์อย่างน้อย 50% จึงจะสามารถเข้าสู่ภพภูมิเหล่านั้นได้ในโลกหน้า
6. สรุป
- โยคะและปราณายาม มีประโยชน์อย่างมากในชีวิตทางโลก โดยช่วยให้ร่างกายหยาบและกายพลังงานแข็งแรง เมื่อร่างกายมีสุขภาพดี ก็จะสามารถปฏิบัติธรรมอื่น ๆ ได้ดีขึ้น เช่น การรับใช้ความจริงสูงสุด (satsēvā)
- หากการฝึกโยคะและปราณายาม เสริมด้วยการปฏิบัติธรรมรูปแบบอื่น ที่สามารถชำระล้างกายจิตและกายอื่น ๆ ที่ละเอียดกว่าได้ ผู้ปฏิบัติจะสามารถเจริญก้าวหน้าทางจิตวิญญาณได้อย่างรวดเร็วภายในชาตินี้ และด้วยเหตุนี้ บุคคลจึงสามารถก้าวหน้าไปสู่จุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตได้ นั่นคือการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า.