คนเราจะเข้าถึงความสุข (Bliss) จากดวงจิตได้อย่างไร?

คนเราจะเข้าถึงความสุข (Bliss) จากดวงจิตได้อย่างไร?

มนุษย์ทั่วไป หรือที่เรียกว่า ดวงจิตที่มีร่างกาย หรือ จีวา (Jīvā)

ในกระบวนการวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณ เราจะพัฒนาความสามารถในการเข้าสู่ภายในและเข้าถึง Bliss (Ānand) จากดวงจิต (ātmā). ของเราได้ แต่ละคนอยู่ในระยะที่แตกต่างกันของวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณ คุณภาพ, ปริมาณ และระยะเวลาของประสบการณ์ความ สุข (the Bliss) จะสอดคล้องโดยตรงกับระดับของวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณที่เราอยู่.

ทุกเช้าเมื่อเรามองกระจก เราคุ้นเคยกับภาพสะท้อนของตนเอง แต่เคยสงสัยไหมว่าดวงจิตของคุณจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรหากคุณสามารถมองเห็นได้?

ในวิทยาศาสตร์จิตวิญญาณ (spirituality) เราเรียกสิ่งนี้ว่า “ดวงจิตที่มีร่างกาย (embodied Soul)” เพราะมันสูญเสียการตระหนักรู้ในตนเองในฐานะ “ดวงจิต” และกลับมองตนเองผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า, จิตใจ และสติปัญญาแทน ดวงจิตของร่างกายละเอียด (ซึ่งก็คือ ไม่มีร่างกายทางกายภาพหลังจากเสียชีวิต) ก็ยังถูกเรียกว่า “ดวงจิตที่มีร่างกาย” หรือ “จีวา (jiva)”.

นี่คือภาพภายในของมนุษย์ทั่วไปในโลกปัจจุบัน.

เรามีแสงสว่างอันเจิดจรัสภายใน นั่นคือดวงจิต แต่แม้แสงที่สว่างที่สุดก็จะถูกบดบังหากถูกคลุมด้วยผ้าห่มหนา ความมืดที่ล้อมรอบดวงจิตของเราคือ “อวิชชาความไม่รู้ทางจิตวิญญาณ” เกี่ยวกับสภาพที่แท้จริงของเราซึ่งคือความสุข (Bliss) ความไม่รู้ทางจิตวิญญาณนี้หมายถึงความไม่สามารถของเราที่จะมองเห็นนอกเหนือจากประสาทสัมผัสทั้งห้า, จิตใจ และสติปัญญา และตระหนัก ถึงดวงจิตภายใน เมื่อเราซึ่งเป็นดวงจิตที่มีร่างกายเริ่ม ฝึกฝนทางจิตวิญญาณ ความมืดนี้จะค่อยๆ ลดลง และเราจะสามารถรับรู้ดวงจิตและสัมผัสความสุข (the Bliss) จากมันได้ ภายนอก เราทำความสะอาดบ้านและชำระร่างกายของเราทุกวัน เพราะสิ่งสกปรกภายนอกสามารถมองเห็นได้ชัดเจน อย่างไรก็ตาม การชำระล้างทางจิตวิญญาณภายในเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งมักจะถูกละเลยและไม่ค่อยได้รับการปฏิบัติ.

ดวงจิตที่มีร่างกายซึ่งปฏิบัติทางจิตวิญญาณ หรือที่รู้จักกันในนาม จีวาตมะ (Jīvātmā)

มื่อเราปฏิบัติทางจิตวิญญาณอย่างสม่ำเสมอ เราจะเริ่มได้รับประกายของประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์ของพระเจ้า (the Divine) ซึ่งรู้จักกันในนาม ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ. เราจะอธิบายถึงประสบการณ์เหล่านี้เพิ่มเติมในภายหลัง.

สภาวะสุดท้ายคือ ‘ศิวทศา’ (Shivdashā) ซึ่งเป็นสภาวะแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า หรือการเชื่อมโยงกับพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง สภาวะสุดท้ายนี้เกิดขึ้นเมื่อม่านบังต่างๆ ได้สลายไปจนหมดสิ้น และดวงจิตบริสุทธิ์สามารถเปล่งประกายได้โดยปราศจากอุปสรรคจาก ‘อวิชชาความไม่รู้ทางจิตวิญญาณ’ ที่คอยบดบังแสงแห่งความบริสุทธิ์นั้น.

ดวงจิตที่ตระหนักรู้ในพระเจ้า หรือที่เรียกว่า ศิวาตมะ (Shivātmā)